thansettakij
thansettakij
ครม.ผ่านร่างพ.ร.ก.กู้1ล้านล้าน คาดมิ.ย.ได้ใช้เงิน 

ครม.ผ่านร่างพ.ร.ก.กู้1ล้านล้าน คาดมิ.ย.ได้ใช้เงิน 

15 เม.ย. 63 | 09:56 น.

ครม.มีมติรับทราบร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้าน ฟื้นวิกฤติโควิด นายกฯคาดมิ.ย.จะได้เริ่มใช้เงิน ยันไม่กู้รวดเดียวทั้งก้อน

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า วันนี้ที่ประชุมครม. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีมติรับทราบร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขสถานการณ์ไวรัสโคโรนา(โควิด-19)และนำเงินมาใช้จ่ายในมาตรการฟื้นฟูเยียวยาในอนาคต ตามที่คณะกรรมการากฤษฎีกาได้ตรวจแก้ไขร่างฯของกระทรวงการคลังที่ครม.นัดพิเศษได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว แล้วนำมาเสนอในครม.วันนี้ เพื่อนำร่างพ.ร.ก.ฯดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

ครม.ผ่านร่างพ.ร.ก.กู้1ล้านล้าน คาดมิ.ย.ได้ใช้เงิน 

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้เราจำเป็นต้องใช้เงินจากหลายส่วน ส่วนแรกคือเงินที่เราจะต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การปรับโอนงบประมาณ 10% ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลามากพอสมควรเพราะต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรผ่านความคิดเห็นของ ส.ส.และ ส.ว.ซึ่งคงต้องใช้เวลาประมาณเดือนมิถุนายนถึงจะได้เงินก้อนนี้ออกมาใช้ ประมาณวงเงินไม่เกินแสนล้านบาท ที่จะได้คืนมาจากทุกหน่วยงานซึ่งได้ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงไปแล้ว ในส่วนที่สองคือเงินที่จะได้จากการกู้เงิน เป็น พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการการกู้เงินออกมาให้เป็นเม็ดเงินเพื่อที่จะได้นำมาเยียวยาได้ จึงต้องขอชี้แจงว่าถึงวันนี้ยังไม่มีเงินเลยมีเพียงตัวเลขเท่านั้น ซึ่งหลายคนก็นำตัวเลขนี้มาหารแบ่งกันไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลเพียงแต่ได้ตั้งไว้ว่าจะนำเงินจำนวนนี้มาทำอะไรบ้างอีกส่วนหนึ่งคือ ส่วนของ พ.ร.ก. ที่ออกโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ซึ่งเป็นการบริหารในส่วนของระบบการบริหารทางด้านการเงินการคลังฟังเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย สับสน และไม่น่าเชื่อถือซึ่งจะส่งผลต่อเรื่องของตลาดหุ้น รวมทั้งระบบธนาคาร

พล.อ.ประยุทธ์ ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท จะมีขั้นตอนและรอการประกาศใช้ก็จะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมซึ่งในการเดินหน้าเพื่อใช้เงินตรงนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ตามขั้นตอนของร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะฉะนั้นน่าจะเงินส่วนนี้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน นี้ วันนี้เราใช้เงินรายจ่ายจากงบกลางปี 2563 และบางโครงการก็เอาคืนมาเพราะยังไม่ได้ดำเนินการก็นำมาช่วยในช่วงนี้ก่อนมีวงเงินอยู่ประมาณ 50,000 กว่าล้านบาทซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท แค่เดือนเดียว เพราะฉะนั้นในเดือนที่2 และ 3 ก็ต้องรอเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ถือเป็นความยากง่ายของรัฐบาล เพราะเงินเหล่านี้ถือเป็นภาระผูกพันของรัฐบาลเพราะเราต้องหาเม็ดเงินมาชำระหนี้ ดังนั้นการกู้เงินจะทยอยกูเป็นก้อน ๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีเงิน 1 ล้านล้านบาท อยู่ในมือทั้งหมดครั้งเดียว หลายคนอาจจะไม่เข้าใจเอาตัวเลขมาคูณและหาร อย่าลืมว่าอย่างไรก็ไม่ทันในเดือนเมษายนนี้อยู่แล้ว

“ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราจ่ายได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องรอ พ.ร.ก.เงินกู้  และ พ.ร.บ.ที่จะออกมา ในส่วนที่ยังขาดเหลือก็กำลังพิจารณาตรวจสอบคัดกรองอยู่ว่าขาดเหลือตรงไหนและควรจะให้ตรงไหนเพิ่ม หรือมีปัญหาที่ระบบตรวจสอบและคัดกรอง ก็ต้องมาดูให้รอบคอบเพราะวันนี้สถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์สำคัญ ผมยืนยันว่าผมจะพยายามดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ตามขีดความสามารถที่รัฐมีอยู่ ขอให้ทุกคนเข้าใจ การสร้างความเข้าใจและการสร้างความบิดเบือนในทางที่ผิดยิ่งจะทำให้การทำงานยากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะที่เม็ดเงินยังไม่ออกมานั้นในการรองรับช่วยเหลือกลุ่มต่างๆก่อนที่ พ.ร.ก.เงินกู้จะมีผลบังคับใช้ทั้งอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัว ค้าขาย รวมทั้งอาชีพอิสระประกันสังคมตามมาตรา 39 และ 40 ประมาณ 9,000,000 คน ซึ่งตอนแรกเรามีเม็ดเงินในการช่วยเหลือคนเพียง 3,000,000 คนซึ่งไม่ได้เป็นโคต้าเพียงแต่นำเม็ดเงินที่มีอยู่มาพิจารณาว่าจะจ่ายได้เท่าไหร่เฉลี่ยแล้วได้ 5,000 บาทต่อเดือน จากจำนวน 3,000,000 คน แต่เมื่อจำเป็นต้องขยายความช่วยเหลือไปเป็น 9,000,000 คน ก็ต้องดูว่าจะหาเงินมาจากตรงไหน ซึ่งหลายคนก็เกรงว่าจะไม่ได้รับ แต่ช่วงนี้ก็ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ก็มีปัญหาไม่รู้จะเอาเงินจากส่วนไหนไปโอนให้ ซึ่งก็คงต้องรอสักระยะหนึ่ง แต่ก็เข้าใจความเดือดร้อนของทุกคน