
คำต่อคำ "บิ๊กตู่" ขอโทษเยียวยาไม่ทั่วถึง เร่งหาเงินดูแล "ทุกกลุ่ม"
นายกฯแถลงขอโทษเยียวยา 5 พันบาทไม่ทั่วถึง พร้อมแจงขั้นตอนหาเงิน เยียวยาคนทุกกลุ่มไม่ให้ตกหล่น
ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ในประเทศไทย ที่มีประชาชน พนักงาน ลูกจ้าง และภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจำนวนมาก และมีความกังวลว่าจะตกหล่นการสำรวจเพื่อรับการเยียวยาจากรัฐบาล
เรื่องนี้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม" แถลงชี้แจงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า กรณีพนักงานเอกชนที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ยังต้องเช่าหออยู่และต้อง work from home แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือทั้งน้ำประปา ค่าไฟ และค่าเช่าห้องก็ไม่สามารถผัดผ่อนได้ว่า "เรื่องพนักงานต่างๆ เหล่านี้ เดี๋ยวผมจะส่งให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดู ทั้งพนักงานเอกชนที่เช่าหอ พนักงานเอกชนระบบประกันสังคม และแรงงานอิสระ"
ส่วนต่อไปที่กำลังหารือคือเกษตรกร 17 ล้านคน กำลังจะพิจารณาหาเงินจากแหล่งอื่นตามกฎหมายงบประมาณ กฎหมายทางวินัยการเงินการคลัง มาให้เกษตรกรในเดือนแรก และเดือนถัดไปต้องรอเงินกู้เหล่านี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทุกอย่างวันนี้เราทำได้แค่เพียง 1 เดือน ที่เหลือต้องรอพ.ร.ก.เงินกู้และจะไปดูระยะที่ 2,3 และ 4 เพราะฉะนั้นบางทีก็พูดกันเกินเลยไป ได้ 3 เดือนบ้าง อะไรบ้าง ยังไม่ได้ข้อยุติเลย ตอนนั้นที่พูดออกไปหลายคนก็ร้อนใจ หลายคนก็อยากช่วยประชาชน บางทีมันก็คืนย้อนกลับมา ตนก็ขอร้องให้ทำความเข้าใจด้วย
"วันนี้ผมมาพูดในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การให้เงินเยียวยาเหล่านี้ต้องประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจต่างๆอย่างต่อเนื่อง คือไม่ใช่แค่ประชาชนอย่างเดียว ธุรกิจ ภาคเอกชน การก่อสร้าง การทำสัญญากู้ เยอะแยะที่เดือดร้อนกันไปหมด รัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดว่ามีเงินเท่านี้เอาไปใช้ตรงนี้ คิดแบบนั้นจบไม่ใช่รัฐบาลแล้ว ถ้าคิดแบบนั้นขอร้องให้ทุกคนทำความเข้าใจด้วย
ในส่วนของมาตรการอื่นๆวันนี้ได้ให้กระทรวงการคลังไปรับฟังความคิดเห็นโครงการต่างๆทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง เพื่อมาพิจารณามาตรการเยียวยา ซึ่งการเยียวยามีทั้งให้เป็นรายบุคคล มีทั้งเรื่องซอฟท์โลนหรือมาตรการสินเชื่อดอกเบี่ยต่ำต่างๆเหล่านี้ ถ้าไม่ช่วยกันเลย มันไปไม่ได้ ถ้าเราใช้เงินอย่างเดียว ให้อย่างเดียว แล้วไม่ดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเอ็นพีแอลหรือหนี้เสียในวันหน้ามันก็คือปัญหาเหมือนกัน รัฐบาลต้องรับผิดชอบอีก ทุกคนต้องประคับประคองตัวเองในช่วงนี้ อะไรที่รัฐบาลจะดูแลได้ก็จะดูแลให้มากท่ีสุด
"ผมเห็นใจจริงๆผมคิดทั้งวันทั้งคืน เวลามีปัญหาอะไรมาผมเห็นในโทรทัศน์ สื่อ ในโซเชียลมีเดีย ผมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูและกำหนดนโยบาย แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นเรื่องของกระทรวงที่ต้องดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องรับผิดชอบการบูรณาการให้ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องไม่รอว่า พอกลุ่มนี้ได้ 5 พันบาท อีกกลุ่มทำไม่ถึงยังไม่ได้ 5 พันบาทก็ต้องไปดูในกลุ่มอื่นที่จะทยอยออกมาตามเม็ดเงินที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ก็ขอให้ทุกคนได้เข้าใจ ตระหนักถึงระเบียบกฎหมายในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐด้วย นี้คือรัฐบาลจะต้องรอบคอบต้องระมัดระวังให้ถูก ไม่ใช่ว่าวันหน้าหลายคนก็จ้องอยู่แล้วจะฟ้องร้อง ดำเนินคดีอะไรต่างๆ ผมคิดว่าถ้าคิดอย่างนั้น แสดงว่าท่านไม่ได้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม แต่ผมยืนยันว่า ทุกอย่างที่ผมทำจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย วิธีการงบประมาณทุกประการ ทุกกฎหมายที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นก็ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วยก็แล้วกัน อย่าไปประท้วงอะไรกันเลย ฟังสักนิด
นายกฯ กล่าวว่า ช่วงนี้ก็ลำบากกันทุกคน ถ้าเรามีเงินเยอะๆเราก็สามารถให้ท่านได้ทุกคนในเวลาเดียวกัน แต่มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจ แต่ขอว่าถ้าท่านดูแลตัวเอง มีการใช้จ่ายอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดในครอบครัว ดูแลลูกและครอบครัวใช้เงินไม่มากนัก ท่านพอจะดูแลได้บ้าง ได้ 5 พันก็ไปช่วยที่บ้าน แต่ถ้าเอาเงิน 5 พันบาทไปทำประโยชน์อย่างอื่น อย่างนี้อันตราย วันนี้ผมเห็นในโทรทัศน์เจ้าหน้าที่ก็ไปจับกุมดำเนินคดี เรื่องการกินเหล้า ดื่มน้ำกระท่อม เล่นการพนัน เวลายามยากยังทำอย่างนี้อยู่เลย เรื่องของการพนันต้องกำชับไปแล้วให้เร่งจับกุมตนคิดว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวที่บ้าน สร้างความอบอุ่นในบ้าน หลายคนบอกไม่เคยอยู่บ้านนานขนาดนี้ก็ลองดูแล้วกัน เพราะตนก็อยู่บ้านอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยไปไหนเลย นอกจากจะมาทำงาน ผมก็ปรับตัวไปเรื่อยๆ ผมก็มีความสุขได้อยู่บ้านกับครอบครัวก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่าไปหาอะไรที่เป็นความสุขพิเศษ อยู่บ้านไม่ควรจะอึดอัด เมื่อถึงเวลาที่จะต้องอยู่ก็ต้องอยู่ ขอให้ดูแลครอบครัว บุตร สามีภรรยาให้ดีแล้วกัน หนี้สินต่างๆก็รอทำบัญชีดูจะบริหารอย่างไร และอย่าให้ใครเอาเงิน 5 พันบาทไปแสวงหาผลประโยชน์ วันนี้คนไม่ดียังมีอยู่เยอะพอสมควร
นายกฯกล่าวว่า เรื่องของเงิน 5 พันบาท ผมย้ำว่าต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบและรักษาสิทธิของตนเอง สิทธิ์ 5 พันบาทก็ต้อง 5 พันบาท ไม่ใช่สิทธิ์ 5 พันบาทแล้วท่านไปให้คนอื่นจนเหลือแค่ 4 พันบาทหรือ 3 พันบาท มันไม่ใช่ ฉะนั้น ท่านต้องอดทน ต้องขอโทษด้วยถ้าทุกคนยังไม่ได้รับโดยทั่วถึงกัน วันนี้หลายส่วนก็รับฟังจากภาคเอกชน ธุริกิจเอสเอ็มอี ไมโครเอสเอ็มอี ผู้ค้าย่อย ฟังหมดทุกคน ข้อเสนอแยะเยอะไปหมด รัฐบาลก็จำเป็นต้องนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณาว่า จะใช้วงเงินเหล่านี้ทำอะไรได้บ้าง ก็ขอกราบเรียนให้ทุกคนทราบ






