
หวั่นระบาดหนัก ใคร! เสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในขณะนี้ แม้รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น แต่ไม่อาจสกัดกั้นการแพร่เชื้อให้อยู่ในวงจำกัดได้ ที่สุดต้องประกาศปิดสถานบริการที่มีผู้คนชุมนุมกันจำนวนมากไปแล้วทั่วประเทศ
ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ หลังมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม และยอดผู้ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด
เสียชีวิต-ติดเชื้อเพิ่ม
นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ที่ยอมรับว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยเริ่มเพิ่มจำนวนสูงขึ้นจาก 2 กลุ่มใหญ่ คือ ผับ และสนามมวย โดยช่วงแรกผู้ป่วยไม่ถึง 100 คน และเพิ่มมาเป็น 200 คน อยู่ที่ประมาณ 3 วันครึ่ง
กรณีถ้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะวิ่งไปในแนวทางกลุ่มประเทศที่คุมไม่อยู่ ซึ่งโดยเฉลี่ยแต่ละวันจะมีรายใหม่บวกเพิ่มประมาณ 33% จากการดูอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยรายใหม่ของไทย จะพบว่าเพิ่มวันละ 30 รายเป็น 50 ราย 89 ราย 188 ราย ตอนนี้ตัวเลขวิ่งไปเร็ว และอัตราการเพิ่มอยู่ในตัวเลขกว่า 30% ส่งผลให้ผู้ป่วยรายใหม่แต่ละวันเพิ่ม 33%
จากการคำนวณทางสถิติพบว่า จากวันที่ไทยพบผู้ป่วยเกิน 100 รายครั้งแรกคือวันที่ 15 มีนาคม หากไม่ทำอะไรใน 30 วัน คือวันที่ 15 เมษายน ไทยจะมีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 351,984 ราย และเมื่อคำนวณจากอัตราความรุนแรงของโรคต่างๆ จะพบว่าจะมีผู้ป่วยต้องนอน ร.พ. 52,792 ราย อยู่ไอซียู 17,597 ราย และเสียชีวิต 7,039 ราย
ขณะเดียวกันถ้าเริ่มดำเนินการเพื่อดึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลงมาที่ 20% คำนวณว่า วันที่ 15 เมษายน จะลดจำนวนผู้ป่วย 24,269 ราย นอนร.พ. 3,640 ราย อยู่ไอซียู 1,213 ราย เสียชีวิต 485 ราย วิธีการคือต้องลดกิจกรรมทางสังคมโดยอยู่กับบ้าน หากทำเช่นนี้ได้นาน 3 สัปดาห์ เชื่อว่าช่วงสัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป จะเห็นการเพิ่มของโรคค่อยๆ ลดลง
3ปัจจัยไวรัสแพร่เชื้อ
ก่อนหน้านี้ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว สรุปสาระสำคัญคือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะแพร่ระบาดกว้างขวางแค่ไหนในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่ 1. ปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวเชื้อ เชื้อตัวนี้เรารู้กันเป็นอย่างดีว่าสามารถแพร่จากคนไปสู่คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วย 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อได้มากกว่า 2 คน (ค่าเฉลี่ยคือประมาณ 2.2-2.6) หากเราไม่ทำอะไร ทุกๆ ระยะฟักตัว (ประมาณ 5 วัน) จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า
2. ระบบสาธารณสุข หากประเทศใดมีระบบสาธารณสุขที่ดีก็จะสามารถชะลอและจัดการกับโรคระบาดได้ดี เรื่องนี้ก็ชัดเจนเช่นกัน ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดีเป็นที่ยอมรับระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีสมรรถนะในด้านการป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตรายสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และดีที่สุดในเอเชีย เป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุด (หรือ most prepared) ดังนั้น ปัจจัยเรื่องระบบสาธารณสุขก็ชัดเจนว่าเราพร้อมอยู่ระดับหนึ่ง มีความพร้อมเป็นระดับต้นๆ ของโลก
3. สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ (2 ปัจจัยแรกยังกํ้ากึ่งไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครจะชนะ) ปัจจัยที่ 3 จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะตอบว่าโรคนี้จะแพร่ระบาดกว้างขวางแค่ไหนในประเทศไทย ปัจจัยที่ 3 ก็คือ ความร่วมมือของคนไทย
แน่นอนว่า ความร่วมมือของคนไทย คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราหยุดยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้
#ประเทศไทยต้องชนะ
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,560 วันที่ 22-28 มีนาคม 2563






