
WHOชมไทยใช้มาตรการระยะห่างทางสังคมสู้โควิดมาถูกทาง
WHO ห่วงสถานการณ์โควิด-19ในไทย แพร่กระจายในชุมชม ชมไทยมาตรการ social distance มาถูกทาง พร้อมชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก(WHO)ประจำประเทศไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกันถึงสถานการณ์โควิด-19ภายในประเทศไทย โดยนายแดเนียล กล่าวว่าวันนี้ตนเข้าพบนายอนุทิน รองนายกฯและทีมงานเกี่ยวกับการรับมือการระบาดโควิด19ในไทย ซึ่ง WHO มีภาระกิจหลักในการช่วยสนับสนุนประเทศสมาชิกในการรับมือโควิด19ซึ่งรัฐบาลสามารถรับมือได้อย่างดีเยี่ยมโดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่วินิจฉัยว่า มีผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีน ซึ่งทำให้ได้รับการรักษาและไม่เป็นแพร่เชื้อกระจายออกไปตามที่สื่อได้รับทราบช่วง5วันที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้เรามีความกังวลเป็นไปได้ว่า เชื้อโควิด-19 จะกระจายแพร่ไปในชุมชน ถ้าได้แพร่กระจายไปแล้วก็ยากที่จะติดตามผู้สัมผัสและผู้แพร่เชื้อได้ยากยิ่งขึ้นซึ่งมาตรการระยะห่างทางสังคมหรือsocial distance เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
การที่ครม.ได้มีมติให้ดำเนินมาตรการที่มีมาตราการ social distance โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย1 เมตรเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นมาตรการที่ดีมาก โดยในระดับบุคคลจะต้องช่วยกันปฏิบัติ
“วันนี้ได้มีการพบกันกับนายแดเนียล โดยเป็นการอัพเดตข้อมูลและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในไทย ซึ่งWHOชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทยว่า มาถูกทางแล้ว”
สำหรับมาตรการหลักที่จะแนะนำ มี 4 ประการ คือ 1.ล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำสะอาดบ่อยๆหรือแอลกอฮอล์เจล 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้ากันเพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ 3.กรณีที่มีการไอหรือจามให้ใช้ข้อศอกด้านในปิดปากและจมูกและ 4.การเว้นระยะห่างถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นมาตรการการที่ดีที่สุด






