thansettakij
thansettakij
“ปชป.”พร้อมรับการตรวจสอบ ปมส่งออกหน้ากากอนามัย

“ปชป.”พร้อมรับการตรวจสอบ ปมส่งออกหน้ากากอนามัย

15 มี.ค. 63 | 03:10 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มี.ค. 63 | 10:48 น.

“ปชป.”พร้อมรับการตรวจสอบ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่แท้จริง และขอให้คนไทยผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

นางดรุณวรรณ  ชาญพิพัฒนชัย

 

วันที่15 มีนาคม 2563 นางดรุณวรรณ  ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกระบวนการกล่าวหาพาดพิงบนโซเชียลมีเดียเรื่องการทุจริตเกี่ยวกับการกักตุนและส่งออกหน้ากากอนามัย ที่มีการฉวยโอกาสและแสวงหาประโยชน์ จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน โดยตั้งข้อสงสัยและพาดพิงถึงคนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยนั้น เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พรรคจึงขอทำความเข้าใจและชี้แจงในประเด็นดังต่อไปนี้

 

สำหรับกรณีข้อมูลบนโซเชียลมีเดียและมีบุคคลพาดพิงถึงรัฐมนตรีหรือคณะทำงาน โดยเฉพาะข้อมูลการส่งออกหน้ากากอนามัย เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีอนุกรรมการพิจารณาเป็นคณะตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา อย่างโปร่งใส ชัดเจน ภายใต้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยตรวจสอบแล้วพบว่า ในการพิจารณามีคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรที่ กกร. แต่งตั้งขึ้น จากสี่หน่วยงานประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม ผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และผู้แทนจากกรมการค้าภายใน 

 

โดยผู้แทนจากสี่หน่วยงานได้ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ หากปรากฏว่าเป็นสเป็คใดที่อยู่ในเงื่อนไขลิขสิทธิ์  ผลิตเฉพาะเงื่อนไข เพื่อการส่งออกสำหรับบางประเทศ และไม่ใช้ในประเทศไทย จึงจะอนุญาตให้ส่งออกได้ แต่หน้ากากอนามัยแบบที่ไทยต้องใช้ ไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก ดังนั้น ตามที่มีการเผยแพร่ภาพใบอนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ในสื่อโซเชียลมีเดียนั้น จึงเป็นไปตามเงื่อนไขการส่งออกที่กำหนด 

 

พรรคขอยืนยันว่า รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตที่ถือเป็นอุดมการณ์หลักของพรรคมาโดยตลอด และทำงานภายใต้ความรับผิดชอบในหน้าที่ ในกรณีที่มีบุคคลหนึ่งคนใดไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องรัฐมนตรีคนไหน กระทรวงใด พรรคการเมืองอะไร เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ หรือกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ อันจะสร้างความเสียหายให้แก่รัฐมนตรีและสร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลโดยรวม จะต้องมีการดำเนินการอย่างเฉียบขาดเช่นเดียวกัน 

 

“ปชป.”พร้อมรับการตรวจสอบ ปมส่งออกหน้ากากอนามัย

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสืบหาข้อเท็จจริง และยืนยันจะไม่มีการปกป้อง หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงตามที่ได้ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามในกรณีที่รัฐมนตรีของพรรค หรือผู้ที่เกี่ยวข้องหากได้รับความเสียหายจากการถูกกล่าวหา ให้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการที่จะปกป้องชื่อเสียงของพรรคและตนเองตามกฎหมายด้วยเช่นกัน 

 

ทั้งนี้ ในยามที่บ้านเมืองกำลังประสบกับวิกฤต พรรคขอส่งกำลังใจให้ทุกคนทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของรัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกคน และขอให้คนไทยผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้โดยเร็ว
 

ทั้งนี้ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2563 จนถึงปัจจุบัน ห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย ภายใต้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)   เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ กกร ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา คือ หน้ากากอนามัยที่ ประเทศไทยไม่ใช้ สินค้าที่มีลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ โรงงานที่ผลิตได้รับบีโอไอให้ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น รวมถึงหน้ากากเฉพาะที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ถึงจะอนุญาต ให้ส่งออกได้ โดยในการพิจารณามีคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ที่กกร.แต่งตั้งขึ้น ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผู้แทนองค์การเภสัชกรรม และผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนจากกรมการค้าภายใน ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ซึ่งในการพิจารณาอนุญาตส่งออกแต่ละครั้งผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะพิจารณาชนิด และคุณภาพของหน้ากากอนามัย หากปรากฏว่าเป็นสเป็คดังกล่าวข้างต้นจึงจะอนุญาตให้ส่งออกได้ แต่หน้ากากอนามัยแบบที่ไทยต้องใช้ ไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก


 
ดังนั้น ตามที่มีการเผยแพร่ภาพใบอนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ในสื่อโซเชียลมีเดียนั้น เป็นไปตามเงื่อนไขการส่งออกที่กำหนด ซึ่งการที่จะระงับการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าว ไม่มีเหตุผลที่จะนำมาอ้างต่อผู้ขอส่งออก และอาจจะต้องรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้น การส่งออกตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ขอยืนยันว่าไม่อนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัย   ที่ใช้ในประเทศอย่างแน่นอน