thansettakij
thansettakij
5มีนาฯ  ‘ทวีเกียรติ-วรวิทย์-อุดม’  ชิงประธานศาลรธน.

5มีนาฯ ‘ทวีเกียรติ-วรวิทย์-อุดม’ ชิงประธานศาลรธน.

04 มี.ค. 63 | 02:15 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 63 | 09:06 น.

มีความคืบหน้าในการเลือกประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยมีรายงานว่า ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน 4 คน และชุดใหม่อีก 4 คน ที่อาคารสุขประพฤติ เพื่อคัดเลือกประธาน

3 ตัวเต็งชิงประธาน

ทั้งนี้ มีแคนดิเดตประธานศาลรัฐธรรมนูญ 2 ใน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน คือ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด เข้าชิง

ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 4 คน มีชื่อนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ชิงตำแหน่งประธานคนใหม่

“ฐานเศรษฐกิจ” ได้เทียบเคียงความอาวุโส และประสบการณ์ของ 3 ตัวเก็งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ดังนี้

 

5มีนาฯ  ‘ทวีเกียรติ-วรวิทย์-อุดม’  ชิงประธานศาลรธน.

 

นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ เกิดวันที่ 15 มิถุนายน 2496 อายุ 66 ปี นิติศาสตรมหาบัณฑิต (สาขากฎหมายอาญา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, LL.M. (Master of Law, University of Pennsylvania, U.S.A.), ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงทางกฎหมายอาญา (Diplôme d’Etude Approfondies de sciences criminelles), ปริญญาเอก (เกียรตินิยม) Doctorat en droit pénal mention très honorable, l’Université de Nancy II, France รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทั่วไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, กรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

นายวรวิทย์ กังศศิเทียม เกิดวันที่ 1 มีนาคม 2495 อายุ 68 ปี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (กฎหมายมหาชน) ตุลาการศาลปกครองกลาง, รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ ,อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก และตุลาการศาลปกครองสูงสุด

นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม  อายุ 65 ปี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6, ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3, รองประธานศาลอุทธรณ์, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา

ขั้นตอนเลือกปธ.ศาล

สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน ในชุดปัจจุบัน ประกอบด้วย นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายปัญญา อุดชาชน และ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม

ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 4 คน ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและอนุญาตในศาลฎีกา นายวิรุฬ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายนภดล เทพพิทักษ์ อดีตอธิบดีกรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร สาธารณรัฐอียิปต์ ฯลฯ

ขั้นตอนการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการทั้ง 8 คน จะประชุมและเลือกกันเอง ผู้ที่เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง การ เลือกประธานครั้งนี้หากเสียงเท่ากันคือ 4 ต่อ 4 เสียง ที่ประชุมต้องตกลงกันเพื่อหาข้อยุติให้ได้บุคคลที่เหมาะสม มาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคน ต่อไป

เมื่อได้ชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการส่งชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญและว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป โดยการดำรงตำแหน่งของประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าตุลาการยังขาดอีก 1 คน เนื่องจากต้องมีกระบวนการสรรหาใหม่แทน นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา จึงต้องมีการสรรหาใหม่โดยการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ภายใน 60 วัน

อย่างไรก็ดีตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 บัญญัติให้การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหาก มีตุลาการแค่ 7 คน ก็สามารถทำหน้าที่วินิจฉัยคดีต่างๆ ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องครบ 9 คนแต่อย่างใด จากนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้ง 8 คน จะเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมี 8 เสียง ทำให้การลงมติต่างๆ ที่อาจต้องใช้เสียงข้างมากหากตุลาการมีความเห็นที่ต่างกันในการลงมติ แล้วเสียงเสมอกันคือ 4 ต่อ 4 อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงในการลงมติ เพื่อทำให้เสียงออกมาเป็นเลขคี่จนเป็นมติเสียงข้างมากต่อไป

สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่นั้น ในแวดวงตุลาการจะ ให้ความสำคัญเรื่องความอาวุโส ประสบการณ์ และอื่นๆ อีกหลายประการเป็นองค์ประกอบ

ดูจากความอาวุโส และประสบการณ์ ใครจะได้ขึ้นเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ เร็วๆ นี้ได้รู้กัน...

 

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,554 วันที่ 5-7 มีนาคม 2563