
‘นายกฯ’ เป้าหลักซักฟอก ฝ่ายค้านจัด 30 ขุนพลถล่ม
ไม่เหนือความคาดหมาย สำหรับศึกซักฟอกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์นี้ เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมพุ่งหอกเข้าใส่กล่องดวงใจรัฐบาล อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นเป้าหมายหลัก
ขณะที่รัฐมนตรีอีก 5 คน มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาด ไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูเหมือนกลายเป็นตัวประกอบในการซักฟอกเท่านั้น
วางตัว30ขุนพลฝ่ายค้าน
ปัจจัยหลักที่ฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะเปิดแผล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ เพราะมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ถนัดงานบริหารด้านเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าการชี้แจงต่อสภาอาจไม่แม่นยำ เหมือนขุนพลเศรษฐกิจอย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อนายสมคิด จึงถูกตัดออกจาก “แบล็กลิสต์” ของฝ่ายค้านในตอนท้าย เพื่อไม่ให้เป็นตัวช่วย “บิ๊กตู่” ในระหว่างถูก ฝ่ายค้านอภิปรายประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจ อาทิ ข้อกล่าวหาไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง เป็นต้น
ที่สำคัญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย วางตัว 30 ขุนพล หวังเดินเกมซักฟอก ด้วยข้อมูลที่ยํ้าแล้วยํ้าเล่าว่า “เป็นข้อมูลใหม่” แต่อีกนัยหนึ่งสังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่า หมากเกมนี้ต้องการฉุดอารมณ์ของ “บิ๊กตู่” ให้ระเบิดกลางสภาหรือไม่
เห็นได้จากข้อกล่าวหาสุดโหดที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา
“พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู สร้างความขัดแย้งในบ้านเมือง ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้แก่ตนเองและพรรคการเมือง ลุแก่อำนาจ ขาดภาวะผู้นำ ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการดูแลด้านเศรษฐกิจก่อให้เกิดสภาพ รวยกระจุก จนกระจาย” และข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกมากมาย
ขณะที่น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า ขณะนี้คณะทำงานร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกับผู้ควบคุมเนื้อหาของทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเรียงเนื้อหา และผู้อภิปราย
จากที่ได้เข้าร่วมประชุม ด้วยเชื่อมั่นในข้อมูลและเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายว่า จะสามารถทำให้ประชาชนเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน โดยตัวเลขผู้อภิปรายอยู่ที่ประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก
“นายกฯ”ไม่หวั่นซักฟอก
สำหรับประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯ นอกจากเรื่องที่กล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวเป็นเรื่องหลักแล้ว ยังมีประเด็นอื่นๆ อาทิ ประเด็นที่กล่าวหาว่า นายกฯ เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน และปมซื้อขาย ที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของนายกฯ ซึ่งเป็นการซื้อขายที่ดินย่านบางนา-ตราด
กรณีดังกล่าวถูกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสัญญาการบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในยุครัฐบาล คสช. ได้ทำสัญญาใหม่ โดยไม่มีการเปิดให้มีการประมูล รวมทั้งให้สิทธิในการบริหารและดำเนินกิจการแก่บริษัทสูงถึง 50 ปี
หลังประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่อสังคม ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า นายกฯ ไม่ได้สั่งการให้เตรียมข้อมูลเรื่องของที่ดินของ พ.อ. ประพัฒน์ แต่อย่างใด มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ทั้งมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ เพราะทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจบไปนานแล้ว
รัฐบาลตั้งวอร์รูมสวนหมัด
ขณะที่ซีกพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมสู้ศึกซักฟอกคึกคักไม่แพ้ฝ่ายค้าน หลังนายกฯ สั่งการในที่ประชุม ครม.ให้รัฐมนตรีได้ช่วยกันชี้แจงประเด็นที่ถูกอภิปราย มีการจัดทีมทั้งในสภาและนอกสภา โดยทีมในสภา แบ่งเป็น 3 ทีม โดยทีมแรก รับผิดชอบในการประสานพรรคพลังประชารัฐและ ครม. ทีม 2 รับผิดชอบประสานพรรคเล็ก และทีมดาวยั่วทั้งหมด ส่วนทีม 3 ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล
ขณะที่ทีมนอกสภา “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตั้ง “วอร์รูม” นอกสภา ที่มาจากอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส. อดีตนักการเมืองที่เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย 22 คน ทำหน้าที่เตรียมข้อมูลของฝ่ายค้าน ส่งให้ส.ส.พลังประชารัฐได้ตอบโต้อภิปรายสวนหมัดฝ่ายค้านในสภา โดย 22 อรหันต์นอกสภา อาทิ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล นายอำนวย คลังผา นายทวี สุระบาล นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายฉลอง เรี่ยวแรง และนายเวียง วรเชษฐ์ เป็นต้น
ยกแรกของศึกซักฟอก ดู เหมือนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายค้านแสดงความมั่นใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะนำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้แน่นอน เพราะแบ่งลักษณะพฤติกรรมและการกระทำของ 5 รัฐมนตรีชัดแจน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลประกาศโต้กลับไม่ไว้หน้าเช่นกัน
ยุทธศาสตร์จัดทัพรับมือศึกซักฟอกนายกฯ-5 รัฐมนตรี ครั้งนี้ จึงเป็นวาระสำคัญที่ฝ่ายค้านและรัฐบาล จะได้โชว์พลังและศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในเวทีรัฐสภา
ส่วนผู้ตัดสินใครจะอยู่หรือจะไปในสนามเลือกตั้งสมัยหน้า คือประชาชน
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,548 วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2563






