ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”

02 พ.ย. 2562 เวลา 8:57 น. 900

ไทย-ญี่ปุ่นยินดีต่อการลงนาม MOU ด้าน “สตาร์ทอัพ” หนุนพัฒนาสู่ยุค 4.0 

ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”

     วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2562) ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กรุงเทพฯ นายฮิเดกิ มากิฮาระ (Mr. Hideki Makihara) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) เข้าเยี่ยมคารวะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนไทย สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”
 
     รองนายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมบทบาทของ METI ในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น และขอบคุณอดีต รมว.เสะโค ที่ได้นำนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 570 คนเยือนไทยเมื่อเดือนกันยายน 60 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นในไทยและความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย
  ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”

     รมช. METI กล่าวว่าการเยือนไทยครั้งนี้เพื่อร่วมการประชุม รมต. RCEP และเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างเอกชนไทย-ญี่ปุ่นในด้านความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การลงทุนของ Startup ที่มีนวัตกรรมในไทยภายใต้โครงการ Innovation Columbus ซึ่ง METI ดำเนินการในไทยเป็นแห่งแรก และจะเป็นหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการหารือทวิภาคีระหว่างนรม.ไทย-ญี่ปุ่นในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย
 
ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”

ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”

     ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มีการลงนาม MOU จำนวน 6 ฉบับ ระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และ Startups ของไทยกับญี่ปุ่น โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือด้าน“สตาร์ทอัพ”  จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญและต่อยอดไปสู่ความร่วมมือในอนาคต พร้อมทั้งหารือถึงการพัฒนา EEC เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว โดยรองนายกรัฐมนตรีประสงค์ให้ญี่ปุ่นขยายความร่วมมือ และถ่ายทอดความรู้ ในสาขาที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ อาทิ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ R&D เทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง เป็นต้น พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนญี่ปุ่นลงทุนใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ หุ่นยนต์ และดิจิทัล

ไทย-ญี่ปุ่น เซ็น MOU ด้าน“สตาร์ทอัพ”
 
     สำหรับประเด็นด้านภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการบรรลุการเจรจา RCEP จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเป็นอย่างมาก รวมทั้งยกระดับกฎระเบียบในด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนในอนาคต ในการนี้รองนายกรัฐมนตรีขอบคุณญี่ปุ่นที่ให้ความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันโคเซ็น 2 แห่งในไทย ซึ่งจะช่วยพัฒนะทักษะแรงงานในการรองรับการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยและอนุภูมิภาคต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง