
ลุ้นตัดสินคดีโอนหุ้น“เสี่ยชูวงษ์”20 มี.ค.ปีหน้า
คดีโอนหุ้น“เสี่ยชูวงษ์” 300 ล้าน ศาลอาญานัดพิพากษากรณีฟ้อง “บรรยิน-โบรกเกอร์-พริตตี้” 20 มี.ค.ปีหน้า ส่วนคดีฆาตกรรมรอนัดศาลพระโขนงพร้อม 25 พ.ย.นี้
คดีที่ครอบครัวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือ เสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และอัยการยื่นฟ้องอาญา พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ หลายสมัย พรรคพลังประชาชน, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว อายุ 29 ปี อดีตโบรกเกอร์คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ น.ส.กัญฐนา ศิวาธนา หรือน้ำตาล อายุ 29 ปี อดีตพริตตี้ ซึ่งสนิทกับนายชูวงษ์ ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 จากกรณีโอนหุ้นนายชูวงษ์ร่วม 300 ล้านบาทนั้น มีความคืบหน้าสืบพยานเสร็จแล้ว และศาลได้นัดพิพากษาในเดือนมี.ค.ปีหน้า
วันนี้ (30 ต.ค.62) นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของครอบครัวนายชูวงษ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริงกรุง ได้สืบพยานโจทก์-จำเลย เสร็จทั้งหมดแล้ว โดยสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายเสร็จไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 20 มี.ค.63 เวลา 09.00 น.
ส่วนคดีฆาตกรรมที่ครอบครัว และอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาพระโขนง ถ.สรรพาวุธนั้น ศาลอาญาพระโขนงรวมสำนวนพิจารณา และกำหนดนัดพร้อมคู่ความทั้งโจทก์-จำเลย ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ ในศาลอาญากรุงเทพใต้นั้นศาลรับฟ้องและรวมสำนวนเป็นคดีหมายเลขดำ อ.305/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 และนางศิริรัตน์ อายุ 56 ปี ภรรยาของนายชูวงษ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 29 ปี อดีตพริตตี้, น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว วชิรกุลฑล อายุ 29 ปี อดีตเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทหลักทรัพย์ เออีซีเอส จำกัด (มหาชน) คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ พ.ต.ท.บรรยิน อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารและเอกการสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 , 265 ,268
จากกรณีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ มูลค่าร่วม 300 ล้านบาท ก่อนนายชูวงษ์ เสียชีวิตจากเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ ในวัย 50 ปี เมื่อช่วงปี 2558 ซึ่งทั้ง 3 ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา โดย น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล อดีตพริตตี้ จำเลยที่ 1 ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 5 ล้านบาท, น.ส.อุรชา หรือป้อนข้าว อดีตโบรกเกอร์ จำเลยที่ 2 หลักประกัน 3 ล้านบาท และ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 3 หลักประกัน 5 ล้านบาท ซึ่งการประกันตัวนั้นศาลได้กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้ง 3 เดินทางออกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ส่วนคดีฆาตกรรม นายชูวงษ์ ในศาลอาญาพระโขนงนั้น พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 (พระโขนง) และนางศิริรัตน์ ภรรยาของนายชูวงษ์ เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้องพ.ต.ท.บรรยิน ในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดของตน หรือ เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.289 (4) (7) ซึ่งระวางโทษประหารชีวิต โดยศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.4915/2559
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีที่นายชูวงษ์ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หรูยี่ห้อเลกซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กทม. ของนายชูวงษ์ ที่ พ.ต.ท.บรรยิน ขับ และนายชูวงษ์ เป็นผู้นั่งโดยสารด้านข้างคนขับ เกิดเสียหลักชนต้นไม้ เมื่อปี 2558 ที่ริมถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.
ขณะที่ครอบครัวตั้งข้องสังเกตว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10 วัน บริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่า นายชูวงษ์ โอนหุ้นเข้าบัญชีของหญิง 2 ราย มูลค่าร่วม 300 ล้านบาท โดยคดีฆาตกรรมนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ซึ่งศาลอาญาพระโขนง กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลเช่นกัน รวมทั้งห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานด้วย






