thansettakij
thansettakij
"อนุทิน"เมิน สหรัฐฯค้านแบนสารพิษ

"อนุทิน"เมิน สหรัฐฯค้านแบนสารพิษ

25 ต.ค. 62 | 06:41 น.

"อนุทิน"เมิน สหรัฐฯค้านแบนสารพิษ เผย “เขา”ห่วงเรื่องกระเป๋าของเขา ไม่ได้ห่วงสุขภาพของคนไทย ยันเปลี่ยนจุดยืนของกระทรวงฯไม่ได้

อนุทิน ชาญวีรกูล

     วันที่ 25 ต.ค.2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยทำหนังสือถึงรัฐบาลไทย เพื่อขอให้ทบทวนการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดในภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารไกลโฟเซต  ว่า  ที่จริง สภาหอการค้าสหรัฐอเมริกาทำหนังสือลงวันที่ 11 ต.ค. 2562 ส่งถึงประเทศไทยแล้ว แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีการประชุมพิจารณาแบนสารเคมี เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำไมมีการออกหนังสือล่วงหน้ามาถึง 11 วันเช่นนี้แสดงว่าเป็นการกดดันใช่หรือไม่ จะมาบอกว่าจะมีปัญหาเรื่องการนำเข้า ตนคงไปว่าเขาไม่ได้ เพราะเขาห่วงเรื่องกระเป๋าของเขา ไม่ได้ห่วงสุขภาพของคนไทย เพราะฉะนั้นเราต้องมีมาตรการ แต่นี่กลัวขายของไม่ได้เลยมาบอกให้รัฐบาลยกเลิกการห้ามสารพิษเพื่อให้ใช้ได้ แล้วเราจะยอมหรือไม่

"คณะกรรมการวัตถุอันตรายประชุมภายใต้กฎหมายของประเทศไทยใช่หรือไม่ หรือประชุมภายใต้กฎหมายต่างชาติ เพราะฉะนั้นกฎหมายไทยให้อำนาจคณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณาการใช้หรือห้ามใช้ 29 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความรู้ทั้งนั้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาเรียกประชุมในวันเดียว แต่มีการเตรียมมาเป็นปี และมีมติการห้ามใช้สารเคมีเหล่านี้ ไม่ได้มีการกดดันใดๆ ทางการเมืองแม้แต่น้อย มติที่ออกมาให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้ก็เป็นไปตามสำนึกความห่วงใยต่อพี่น้องและสุขภาพประชาชน"นายอนุทิน กล่าว

 

     เมื่อถามว่า ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยให้ทบทวนมติยกเลิกการใช้สารเคมีในการเกษตร โดยเฉพาะไกลโฟเซต ดังนั้น ไทยจะยืนยันตามมติเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า  กระทรวงสาธารณสุขยืนยันตามมติเดิม ส่วนอื่นก็ต้องแล้วแต่เจ้ากระทรวง เราก้าวก่ายกันไม่ได้ จริงๆ ก็ไม่ควรก้าวก่ายกัน กฎหมายใครกฎหมายมัน เมื่อถามต่อว่าจะต้องชี้แจงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เพราะไม่ได้ส่งหนังสือมาถึงตน และตนก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปชี้แจง แต่หน้าที่ของ ตนและกระทรวงสาธารณสุขคือรับผิดชอบสุขภาพประชาชน อะไรก็ตามที่บริโภคเข้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อร่างกาย สัมผัสแล้วเกิดแผลพุพอง สูญเสียอวัยวะ ตรงนี้เป็นคนละเรื่องกับการค้า ซึ่งกระทรวงเกี่ยวข้องกับสุขภาพชีวิตคน เรื่องการค้าไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขจะให้ความเห็นอะไรได้ หรือจะมาเปลี่ยนแปลงจุดยืนของกระทรวงฯได้