thansettakij
thansettakij
“ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัดขึ้นศาลไต่สวนคดี“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ

“ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัดขึ้นศาลไต่สวนคดี“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ

18 ต.ค. 62 | 03:02 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 64 | 12:10 น.

 

“ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัด ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนคดีถูกร้องถือหุ้นสื่อสิ้นสภาพส.ส. “เจ้าตัว”มั่นใจความบริสุทธิ์

วันนี้(18ต.ค.)  เวลา 09.00น. ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวน พยานจำนวน 10 ปากในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้พิจารณาว่า ความเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดียจำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีมติรับคำร้องเมื่อวันที่ 23 พ.ค.และสั่งนายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

 
โดยตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมทำข่าวการไต่สวนครั้งนี้ ขณะที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกันพื้นที่โดยรอบสำนักงานฯ ให้มีการเข้าออกเพียงทางเดียวเพื่อรักษาความปลอดภัย  และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่บก.น. 2 จำนวน 40 นาย มาคอยการรักษาดูแลความเรียบร้อย การเข้าออกต้องมีการแลกบัตรผ่านเข้าพื้นที่ทั้งพยานและสื่อมวลชน 

 

                                     

                                    “ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัดขึ้นศาลไต่สวนคดี“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ

ทั้งนี้พยานทั้ง 10 ปาก ประกอบด้วย 

1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

2.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร

3.นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร

4.นายปิติ จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชายนางสมพร 

5.นายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชายนางสมพร

6.ลาวัลย์ จันทร์เกษม พนักงานบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด

7.กานต์ฐิตา อ่วมขำ พนักงานบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด

8.นายณัฐนนท์ อภินันท์ ทนายความ

9.นายพิพัฒพงศ์ รุจิตานนท์ ทนายความ

10.นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถของนายธนาธร 

 

                                        “ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัดขึ้นศาลไต่สวนคดี“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ

ทั้งหมดได้ทยอยเดินทางมาตั้งแต่เช้า โดยนางสมพร และนางรวิพรรณ แม่และภรรยาของนายธนาธร เดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 07:40 มีพยาบาลมาคอยดูแลนางสมพรด้วย 
ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายธนาธร เดินทางมาให้กำลังใจด้วย ซึ่งนายธนาธรเดินทางมาถึงในเวลา 08:30 น พร้อมกล่าวแสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ในหลักฐาน เพราะถ้าไปดูเอกสารที่นำมาหักล้างข้อกล่าวหา จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใคร มีพยาน หลักฐานอะไร มาหักล้างสิ่งที่เราแสดงได้ จึงต้องดูว่า ศาลจะมีอะไรมาหักล้าง โดยได้ส่งเอกสารหลักฐานต่างๆให้ศาลหมดแล้ว 


“อย่างกรณีบริษัทวี-ลัค เป็นสื่อหรือไม่ จริงๆบริษัทได้แจ้งหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่เดือนพ.ย.ไปแล้วไม่มีการดำเนินการ ไม่มีพนักงาน เมื่อปิดดำเนินการ ก็ถือว่าไม่เป็นสื่อแล้วและถ้าไปดูในรายละเอียดบริษัททำอะไร มีคำพิพากษาศาลฎีกากรณีตัดสิทธิ์การลงสมัครส.ส.ของนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ศาลระบุว่าแม้มีวัตถุประสงค์ของบริษัททำสื่อแต่ข้อเท็จจริงทำรับเหมาก็ถือว่า เข้าข่ายต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แต่เมื่อเราเอามาตรฐานนี้ไปใช้ในการร้อง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่อศาลรัฐธรรมนูญๆชี้ว่าดูแต่ตัวอักษรไม่ได้ ต้องดูว่าทำกิจการสื่อจริงหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้หากเอามาใช้กับบริษัทวี-ลัคที่รับจ้างผลิตหนังสือjib jibให้กับบริษัท นกแอร์ และปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย.ข้อนี้ศาลจะตีความอย่างไร” นายธนาธร ระบุ 


ส่วนใครที่เอาเอกสารบอจ. 5  มาอ้างก็มีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคนวินิจฉัยเรื่องความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัยไม่สิ้นสุดลงโดยศาลบอกว่าดูเเค่ตราสารการโอนหุ้นก็พอไม่ต้องดูเอกสารบอจ. 5  ดังนั้นเราจึงยืนยันในความบริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แม่และภรรยา ก็เตรียมตัวพร้อมอย่างดี 
 

 

                      “ธนาธร-แม่-เมีย-หลาน”มาตามนัดขึ้นศาลไต่สวนคดี“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ

ส่วนที่ตนนำสำนวนมาเปิดเผยนั้นก็ต้องการให้สาธารณชนได้ดูเพราะเห็นว่าที่ผ่านมาได้ชี้แจงอธิบายไปมากแล้ว ฝ่ายกล่าวหาโจมตีก็ไม่เคยมีพยานหลักฐานมาหักล้าง มีแต่พูดว่าผิดตรงนั้นตรงนี้จึงอยากให้สาธารณชนช่วยพิจารณาทั้งนี้คดีดังกล่าวนายธนาธร อ้างว่ามีการโอนหุ้น จำนวน 675,000 หุ้น หมายเลขหุ้น 135001-2025000 ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 62 ดังนั้น ขณะยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส ที่กกต.เปิดรับสมัครวันที่ 4-8ก.พ. ตนเอง เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส
 

แต่กกต.พบว่าเอกสารแบบ บอจ. 5 แสดงสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทวี –ลัค ซึ่งคัดจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น กลับระบุนางสมพร มารดานายธนาธร ถือครองหุ้นจำนวน 675,000หุ้น ดังกล่าว ลงวันที่ 21 มี.ค. 62  อีกทั้งมีข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลา 10ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทุกครั้งจะส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ระบุวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพร้อมหนังสือนำส่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครในเวลาใกล้ชิดกัน ซึ่งแตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นในคดีนี้ จึงน่าเชื่อว่าขณะที่นายธนาธรยื่นสมัครรับเลือกตั้งมีลักษณะต้องห้ามของการใช้สิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งจึง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย