
“นายกฯ” ยันไม่ทอดทิ้งนศ.ไทยถูกจับใน“อียิปต์”
“นายกฯ”เผย”บัวแก้ว”ประสาน “อียิปต์”ดูแลนักศึกษาที่ถูกจับเต็มที่ ไม่ทอดทิ้ง ย้ำตรวจสอบแล้วยังไม่พบความเชื่อมโยงกลุ่มต่างประเทศ
วันที่ 1 ต.ค. 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกรณีการติดตามช่วยเหลือนักศึกษาไทยที่ถูกจับกุมที่อียิปต์ว่า ได้ให้ทางกระทรวงการต่างประเทศดูแลเรื่องนี้ ซึ่งล่าสุดทางสถานทูตกรุงไคโร ได้หารือกับทางการอียิปต์ผ่านรองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของอียิปต์เพื่อหาทางช่วยเหลืออยู่ โดยทางอียิปต์รับปากว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่และจะเร่งติดตามเรื่องนี้และพร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทย
“เราไม่ได้ทอดทิ้งเขา ทุกเรื่องเวลามีเหตุการณ์ในต่างประเทศไม่ว่าจะเรื่องแรงงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม เราก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ประสานงานในชั้นต้นก่อน ที่จะเข้าไปดูแล อย่างในกรณีเรือประมง หรือแรงงานประมงถูกจับ เอาไปปล่อยทิ้งไว้ที่โซมาเลีย เราก็เอากลับมาได้หมด รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจสักเรื่อง”
นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องดีที่ไปเรียนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่สายกลางบ้าง อะไรบ้าง บางทีก็เป็นมุสลิมที่เข้มงวด ดังนั้นขอให้มั่นใจ เรามีการประสานงานกับเอกอัครราชทูตทุกประเทศให้ช่วยดูแลนักศึกษาเหล่านี้ด้วย และพยายามคิดว่าทำอย่างไรที่จะทำให้นักศึกษาเหล่านี้กลับมามีงานทำ เพราะบางประเทศที่เข้มงวดหน่อยเขาจะเรียนเฉพาะสายศาสนาอย่างเดียว เพื่อมาทำหน้าที่ทางศาสนา ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของเราที่ต้องการ แต่ก็ต้องสนับสนุนให้เขากลับมาเป็นส่วนหนึ่ง เป็นผู้นำศาสนา
นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีทั้งสองอย่าง ทั้งหลักสูตรสายสามัญและหลักสูตรศาสนา ซึ่งเราพยายามที่จะสนับสนุนในทุกการศึกษา แต่อย่างไรก็ตามเราต้องเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน
“ผมคิดว่าเมื่อเขากลับมาแล้วก็อยู่ที่เราจะดูแลเขาอย่างไร ในการที่จะพัฒนาเขาไปสู่การมีอาชีพ มีรายได้ที่เหมาะสมที่เพียงพอ การเป็นครูสอนศาสนาก็ดีอยู่ เราต้องดูในทุกมิติ ซึ่งรัฐบาลมีการหารือเรื่องนี้มาตลอด ผมพบทูตต่างๆ หลายประเทศเขาก็ส่งเสริมให้ทุกการศึกษามากขึ้น และมีการปรับหลักสูตรให้มีสายสามัญเข้าไปด้วย ซึ่งปัญหาของเราก็คือต้องเอามาเทียบวุฒิการศึกษากับของเราให้ได้ โดยทางกระทรวงศึกษาธิการรับเรื่องนี้ไปดูอยู่ เรามีการตรวจสอบตลอด และยังไม่พบมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มในต่างประเทศแต่อย่างใด”






