
“แก้รธน. ถึงขั้นคุยกับนายกฯก็ต้องคุย”
ปฎิบัติการเดินสาย พบภาคส่วนต่างๆของแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน เพื่อหาแนวร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ที่เริ่มต้นมาแล้วระยะหนึ่ง ล่าสุดมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารและคณะบรรณาธิการสื่อในเครือเนชั่น ที่อาคาร อินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์ ถนนเทพรัตน (บางนา - ตราด)
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หวังให้เกิดจากจุดร่วมทั้งจากฝ่ายค้าน และรัฐบาล เป็นมติ2ขั้ว ซึ่งตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านพยายามทำข้างนอกด้วย โดยการคุยกับองค์กรต่างๆ ในยกแรกต้องการให้เปิดเวทีปฏิรูปการเมืองอีกครั้ง โดยใช้เครื่องมือจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าประชาชนต่างๆตามภูมิภาคต่างๆ องค์กรวิชาชีพ รวมทั้งหอการค้า ถ้าฝ่ายค้านนำก็มีศักยภาพที่จะจุดติดอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นองค์กรทางการเมืองจะพยายามใช้ระบบแก้ไขให้มากที่สุด
จากนั้นจะคุยกับพรรคการเมืองต่างๆรวมทั้งซีกพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากวันที่ 1 พ.ย. นี้.จะเปิดสมัยประชุมสภาฯ เวทีจะเริ่มด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องการให้มีการพูดคุยและใช้ระบบในการแก่ไขปัญหา ไม่ต้องการให้เหมือนที่หมอดูทำนายว่าต้อง “นองเลือด”
วันนี้ถ้าอยากให้เรื่องนี้บูมเรามีศักยภาพทำได้ แต่เราไม่ต้องการมีความแตกแยกในแผ่นดินอีก แม้จะเป็นรัฐธรรมนูญที่เราไม่เห็นด้วยแต่ก็พยามยามจะเดินตามกติกาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราต้องใช้เวลาหนักในการเดินคุยกับทุกภาคส่วน นอกจากการแก้ 2540 เป็นการชี้เป็น2ฝั่งระหว่างประชาชนและนักการเมือง แต่วันนี้การเมืองมันแตกแยกเราจึงต้องระวัง”
“การแก้รัฐธรรมนูญมองดูเหมือนยาก แต่มันเหมือนเป็นเส้นบางๆระหว่างยากกับง่าย จึงพยายามเดินไปทำความทำเข้าใจกับทุกภาคส่วน เมื่อดูมีความร่วมมือก็จะมาคุยกันด้วยเหตุผล”
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า การเขียนกติกาที่ไม่สามารถกระทำได้จริง จะทำให้เกิดผลเสียตามมาโดยเฉพาะการที่ต่างชาติไม่ให้ความเชื่อถือ ซึ่งก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ และการที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ก็จะทำให้เกิดความสับสนในการทำหน้าที่ระหว่างกรรมการยุทธศาสตร์กับสภา
“ถึงขั้นจะคุยกับนายกฯก็ต้องคุย โดย ไม่อยากให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เราไม่อยากถือธงเป็นฮีโร่แล้วบ้านเมืองแตกแยกไม่เอา เราอยากให้ทุกคนเข้ามาเป็นเจ้าภาพ”
ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญในทิศทางของทุกพรรคมีความต่างกัน ตนมองว่าไม่มีเอกภาพทางความคิด ทุกพรรคมีสิทธิ์คิดและแสดงความคิดเห็นได้ ส่วนตัวจึงอยากให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงสื่อมวลชน อย่างจริงจัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับสมดุลระหว่างกัน ว่าการแก้ไขจะกำหนดบทบาทแบบใด หลังจากเปิดสมัยประชุมสภา เรื่องการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกบรรจุอยู่ในวาระแรกๆ เชื่อว่าเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้น ฉะนั้นก็จะมีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้น
"ยืนยันว่า ที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เคย พูดคุยเรื่องผลประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เคยพูดคุยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ไขอย่างไรให้ชนะการเลือกตั้ง ทุกคนเห็นตรงกันว่าควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน พร้อมยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมของฝ่ายค้าน จะไม่มีการแตะต้องในหมวด 1 และ 2 ที่เกี่ยวข้องกับเบื้องสูง
ด้านนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยัน 7 พรรคฝ่ายค้านนำประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จะเห็นได้ว่าขณะนี้ รัฐบาล บริหารราชการแผ่นดินที่ไม่มีกฎหมายพิเศษเหมือนกับในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดเงื่อนไขต่างๆ ขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 7 พรรคฝ่ายค้านจึงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการอภิปรายในสภา ที่ขณะนี้ได้มีการเลื่อนญัตติในการศึกษาการแก้ไขจำนวนขึ้นมาในการเปิดสมัยประชุมสภา และรัฐธรรมนูญในอนาคตก็จะมีที่มาจากประชาชนเพื่อตอบสนองประชาชนจึงเห็นว่าการตั้ง สสร. น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด






