
ขวางกฟผ.นำเข้าก๊าซLNGสหภาพปตท.ร้องผู้ตรวจฯส่งศาล
สหภาพปตท.ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่น ศาลรธน.-ศาลปค.วินิจฉัย กฟผ.นำเข้าก๊าซ LNG จากมาเลย์ ตามมติกบง.ขัดรัฐธรรมนูญ ผิดพ.ร.บ.กฟผ.หรือไม่ หวั่นกระทบประชาชนเดือดร้อนจ่ายเพิ่มค่าไฟ ซ้ำเปิดช่องเอกชนนำเข้าพลังงานได้
วันนี้ ( 28 กันยายน) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน นำโดย นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต ประธานสหภาพ และเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทปตท. เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาและมีความเห็นเสนอศาลรัฐธรรมนูญ (ศาลรธน.) หรือ ศาลปกครอง (ศาลปค.) วินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) เข้ามาประกอบธุรกิจซื้อขายและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากเดิมที่บริษัท ปตท. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการซื้อและนำเข้าก๊าซดังกล่าวเพียงรายเดียวเข้าข่ายเป็นการละเมิด พ.ร.บ.จัดตั้ง กฟผ. และขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 75 วรรคสองที่กำหนดห้ามมิให้รัฐและนิติบุคคลมหาชนเข้าประกอบกิจการในทางธุรกิจที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชนอย่างชัดเจนหรือไม่
นางสาวอัปสร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีมติให้ปตท.เป็นผู้ดำเนินการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวดังกล่าว โดยปตท.ได้ใช้งบประมาณมหาศาลลงทุนในการสร้างท่าเทียบเรือ ท่อขนส่ง ถังเก็บ และมีการจัดหาก๊าซดังกล่าวจากแหล่งต่างๆมาให้กับหน่วยงานต่างๆที่ต้องใช้ทั้งประเทศ ซึ่งปี 2558 เกิดสถานการณ์ปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองในอ่าวไทยลดลงเหตุเพราะความไม่แน่นอนในการต่อสัญญาหรือเปิดประมูลใหม่ก๊าซธรรมชาติในแหล่งบงกช และเอราวัณ ทางกฟผ.ก็รายงานการประเมินความจำเป็นของการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวในอนาคตว่า ประเทศอาจจะต้องใช้เพิ่มอีกปีละ 9 ล้านตันโดยชี้หากขาดแคลนจะกระทบกับการผลิตไฟฟ้า ทางกบง.จึงอนุญาตให้กฟผ.เตรียมการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นโดยไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ต่อมาสถานการณ์เปลี่ยนแต่กบง.ก็ยังมีมติเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมให้ กฟผ.ลงนามสัญญานำเข้าก๊าชธรรมชาติเหลวจากบริษัทปิโตรนาสของประเทศมาเลเซียเต็มจำนวน 1.5 ล้านตันทำให้ประชาชนอาจต้องแบกรับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าไฟหน่วยละ 2 สตางค์ซึ่งเมื่อไปตรวจสอบ พ.ร.บ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 มาตรา 6 กำหนดวัตถุประสงค์การดำเนินกิจการไว้ 4 ข้อซึ่งไม่มีเรื่องของการจัดหาก๊าซธรรมชาติ จึงเห็นว่า การนำเข้าก๊าซของ กฟผ.ตามมติกบง.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
“ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับปตท.เราไม่ทราบว่าจะมีมูลค่าเท่าไร แต่บอกได้ว่าเสียหายเยอะเพราะเราลงทุนไปมากรัฐบาลไม่ได้ช่วยซักบาท เราไม่ได้มีปัญหากับ กฟผ. แต่กังวลว่า ถ้ากฟผ.ทำได้ต่อไปก็จะมีภาคเอกชนอื่นเข้ามาเสียบทีหลังมากกว่า”นางสาวอัปสร ระบุ






