
เปิดละเอียดยิบ คำวินิจฉัยศาลรธน. “บิ๊กตู่”ไม่ใช่จนท.อื่นของรัฐ
เปิดละเอียดยิบคำวินิจฉัยศาลรธน. “ประยุทธ์”รอดไม่ขาดคุณสมบัตินั่งเก้าอี้นายกฯ มติเอกฉันท์ชี้หัวหน้า คสช.ไม่เข้าข่ายเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เหตุมาจากการยึดอำนาจ ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดปกครองประเทศ
วันนี้ ( 18 ก.ย.62) ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน110คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 1 ( 4) ประกอบมาตรา 160( 6) และมาตรา 98 (15) จากเหตุเป็นหัวหน้าคสช.เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือไม่
โดยมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่า คสช.ได้มีการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 และต่อมาออกประกาศเรื่องควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการรักษาความสงบแห่งชาติมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. และมีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 โดยมาตรา 42 วรรค1 บัญญัติให้ คสช. เป็น คสช. ต่อไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยมาตรา 264 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญจะเข้ารับหน้าที่ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ คสช. ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่หลังเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่
ซึ่งในประเด็นความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัยที่ 5/2543 ซึ่งใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 โดยเป็นมาตรา 109 (11) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (15) สรุปได้ว่า การพิจารณาความหมายของคำว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา 109 (11) ของบุคคลในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. จึงต้องตีความอย่างแคบ และได้กำหนดลักษณะเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ว่า 1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชา หรือในกำกับดูแลของรัฐ และ4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย
ส่วนคำว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ รัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้บัญญัตินิยามเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา 98 (15) ไว้ การตีความคำว่า เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงต้องตีความให้สอดคล้องกับบริบทและเจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติถึงคำว่า เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ กล่าวคือ รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ข้าราชการเข้ามาเป็นนักการเมืองตามที่บัญญัติไว้ก่อนแล้วในมาตรา 98 ( 12) คือเป็นข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำ นอกจากข้าราชการการเมือง แต่คำว่าข้าราชการยังไม่ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีลักษณะเดียวกับข้าราชการจึงได้บัญญัติมาตรา 98( 15) ไว้อีก ว่าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ อันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่นอกจากไม่ต้องการให้ข้าราชการเป็นนักการเมืองแล้ว ยังให้รวมถึงพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจด้วย
ถ้อยคำที่บัญญัติถึงเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นการบัญญัติเพื่อให้ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติ และสถานะเช่นเดียวกันกับพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจซึ่งอาจมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่น ประกอบกับลักษณะต้องห้ามเป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิบุคคลจึงจำเป็นต้องตีความอย่างแคบ การตีความถ้อยคำที่มีความหมายทั่วไปต่อท้ายคำเฉพาะหลายคำที่นำหน้ามาก่อนนั้น จึงต้องตีความทั่วไปให้มีความหมายสอดคล้องกับคำเฉพาะและแคบกว่าความหมายธรรมดาทั่วไป โดยต้องมีความเฉพาะประเภทเดียวกันซึ่งเป็นไปตามหลักสากลโดยทั่วไป
ตำแหน่งหัวหน้าคสช. มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ การแต่งตั้งหัวหน้า คสช. ผลสืบเนื่องจากการยึดอำนาจ และเป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ที่เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ เห็นได้จากการออกประกาศ หรือคำสั่งหลายฉบับ หัวหน้า คสช. ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือการกำกับดูแลของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐดใด และเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยกฎหมายใด ตำแหน่งได้รับการแต่งตั้งโดยกฎหมาย ไม่มีกฎหมายใดกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่เฉพาะชั่วคราว ช่วงระยะเวลาหนึ่งมีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศของประชาชน
ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้า คสช. ไม่มีสถานะตำแหน่งหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกันกับพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา 98 (15)
ส่วนกรณีที่นางอุบลกาญจน์ อมรสิน ประธานองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ยื่นคัดค้าน 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้วินิจฉัยคดีนี้ ศาลมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง เนื่องจากไม่ได้เป็นคู่กรณีโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เดินทางมาฟังคำวินิจฉัย แต่มอบหมายให้ พล.ต.วิระ โรจนวาศคณะทำงานนายกรัฐมนตรีเดินทางมารับฟัง ขณะที่ในส่วนของประธานสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายให้ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสำนักงาน เป็นตัวแทนมารับฟัง






