thansettakij
thansettakij
ปม‘ถวายสัตย์’ จบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

ปม‘ถวายสัตย์’ จบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

28 ส.ค. 62 | 06:15 น.

 

 

นายกฯ-ครม.ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ร.10 ที่ทรงพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ด้านมติผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรธน.วินิจฉัยปมถวายสัตย์ขัดรธน.-กระทบสิทธิประชาชนหรือไม่

 

ปม‘ถวายสัตย์’ จบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

 

ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนำคณะรัฐมนตรี รับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไว้เป็นสิริมงคล และเป็นเครื่องกำกับสติเตือนใจสืบไป ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 27 สิงหาคม 2562

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับคณะรัฐมนตรี ว่า “ขอให้ทุกคนยึดมั่นตามกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้”

 

ต่อมาเวลา 14.10 น. ระหว่างที่ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ได้ไม่นาน ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินเข้ามาด้านหน้าโต๊ะแถลงข่าว แล้วกล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ คณะรัฐมนตรีจะนำไปเป็นแนวปฏิบัติต่อไป ซึ่งครม.ทุกคนมีความปลาบปลื้มปีติ”

สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้ “ขอถือโอกาสนี้ ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน”

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการนำ ครม.รับพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ว่า ไม่อาจกล่าวได้ว่าจะไปจบในเรื่องอื่นหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่พวกเรา ครม.ทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ทำเรื่องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไป พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นลายลักษณ์อักษร และเป็นสิ่งที่ ครม.และรัฐมนตรีจะนำไปสู่การปฏิบัติ

“นับเป็นพระมหากรุณา ธิคุณอันล้นพ้นในเรื่องการถวายสัตย์ ซึ่งที่ผ่านมามีการเผยแพร่ผ่านสื่อทางโซเชียลมีเดีย ทางโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ โดยในครั้งนี้เป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม เรื่องอื่นๆ ก็ขอให้เป็นเรื่องอื่นก็ให้ไปว่ากันมา”

 

ปม‘ถวายสัตย์’ จบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการถวายสัตย์ฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจการ ที่จะพิจารณาดำเนินการ เช่นเดียวกับเป็นสิทธิ์ของสภา ที่จะเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติในเรื่องดังกล่าว และเป็นสิทธิ์ในการตัดสินใจของตนว่าจะไปชี้แจงต่อสภาหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการถวายสัตย์ฯ ควรจะจบหรือไม่ หลังพิธีรับพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะจบหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้วิจารณ์ที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ส่วนตัวไม่ก้าวล่วงใครทั้งสิ้น

วันเดียวกัน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯ ว่า กรณีที่นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ยื่นเรื่องร้องเรียน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ขอให้พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัย กรณี พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.คณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ไม่เป็นไปตาม มาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น

 

ผู้ตรวจการฯ มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของนายกฯ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ละเมิดสิทธิประชาชนหรือไม่

“การถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯ ที่ไม่เป็นไปตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิ เสรีภาพของผู้ร้องเรียนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง การกระทำนั้นเป็นอันบังคับใช้ไม่ได้ ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญ จึงมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป” นายรักษเกชา ระบุ 

รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3500 หน้า 16 วันที่ 29- 31 สิงหาคม 2562

ปม‘ถวายสัตย์’ จบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ