
ล้อมคอก!ไม่ให้ซ้ำรอย“ขนมจีนน้ำปลา”
สั่นสะเทือนกันไปทั้งวงการการศึกษา กรณี”ขนมจีน น้ำปลา” เมนูอาหารกลางวันเด็ก โรงเรียบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฏร์ธานี หลังจากในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี (กศจ.) ได้พิจารณาผลการสอบสวนตามที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเสนอ และมีมติให้ไล่ ผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากราชการ
บทเรียนเมนู “ขนมจีน น้ำปลา” ไม่ได้สะท้อนสะเทือนเพียงแค่ การปราบปรามการทุจริตในระบบราชการใหม่เพียงอย่างเดียว แต่หากหมายรวมถึง การหันกลับมามอง”คุณภาพ”ของอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและสมองของเยาวชนของชาติ
ลองมาไล่เลียง”เมนู”อาหารกลางวันของโรงเรียนในแถบบ้านเรา จะเห็นว่า อาหารกลางวันของเด็กนักเรียนชาวเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในอาหารกลางวันที่ดีที่สุดในโลก โดยจะเน้นอาหารครบถ้วนโภชนาการ มีซุปและข้าว ปลา ผัก ผลไม้ เช่นเดียวกับ อาหารกลางวันของญี่ปุ่นจะไม่แตกต่างจากอาการกลางวันเกาหลีมากนัก แต่ที่จะขาดไม่ได้เลยคือทุกมื้อจะต้องประกอบไปด้วย ข้าว ผัก และนมสด 1 กล่อง
โภชนาการต้องครบ 5 หมู่ คือหลักการในการจัดการอาหารกลางวันของทั้งสองประเทศ โดยทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี จะมีนักโภชนาการคอยให้คำแนะนำ เมนูอาหารกลางวันที่ครบถ้วนทั้งรสชาติ และคุณภาพ ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต
ควันหลงเมนู“ขนมจีนน้ำปลา”จึงเป็นเรื่องของการพัฒนาเมนูอาหารกลางวันที่มีคุณภาพด้านโภชนาการ ด้วยงบประมาณ 20 บาทต่อคน แต่สิ่งที่ประเทศไทยขาดคือ “นักโภชนาการ”ประจำท้องถิ่นที่คอยให้คำแนะนำ ครู ผู้ปกครองในการจัดอาหารให้เด็กนักเรียน เพราะหากมีนักโภชนาการช่วยกำกับดูแล เมนูอาหารกลางวันแบบขนมจีนกับน้ำปลาคงไม่เกิดขึ้น
“เป็นเรื่องที่น่าดีใจมากที่ ทุกพรรคการเมืองหันมาสนใจอาหารกลางวันเด็ก และบรรจุไว้ในนโยบายที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะการสร้างนักโภชนาการท้องถิ่นเพื่อให้คำแนะนำในการจัดการอาหาร”“นักโภชนาการท้องถิ่น” เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาหลายปี นับจากประเทศไทยมีพระราชบัญญัติอาหารปลอดภัย แต่การผลักดันให้เกิดขึ้นจริงยังไม่บรรลุเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่จะติดงบประมาณในการจัดจ้าง ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดปัญหาการกระจายอำนาจงบประมาณที่
สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันให้มีการบรรจุตำแหน่งนักโภชนากการประจำชุมชนโดยมีงบประมาณการจ้าง หรือมีตำแหน่งประจำในแต่ละท้องถิ่นเพื่อพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันให้กับเยาวชนได้ดีขึ้น
คุณภาพอาหารกลางวันจึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่กระทรวงศึกษา ประกาศให้ทุกโรงเรียนมีพื้นที่อาหารปลอดภัย โดย นายทรงวุฒิ มะลิวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนประถมศึกษา สพฐ. บอกว่า ปัญหาเรื่องคุณภาพอาหารกลางวันยังเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โภชนาการในเด็กไทย ยังมีพบว่า เด็กในพื้นที่ห่างไกล ยังมีปัญหา ผอม และ เตี้ย ส่วนเด็กในเมืองมีภาวะโภชนาการล้นเกิน หรือ เป็นโรคอ้วนจำนวนมาก
“ถ้าโรงเรียนไหนไม่มีพื้นที่ปลูกผักเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ก็ให้ไปสนับสนุนชุมชนรวมกลุ่มปลูกพืชอินทรีย์ เพื่อนำมาขายให้โรงเรียน ก็จะทำให้โรงเรียนมีวัตถุดิบที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน”
ไม่เพียงทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่อาหารปลอดภัย แต่ ที่บ้าน ซึ่งผู้ปกครองต้องจัดหาให้กับบุตรหลานอีก 2 มื้อก็เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักถึงเช่นกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจปัญหาโภชนาการ ให้กับผู้ปกครองก็เป็นเรื่องสำคัญ
“โรงเรียนมีแค่อาหารกลางวัน แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีผู้ปกครองที่ต้องดูแลอาหารสองมื้อต้องร่วมมือในการสร้างเมนูที่มีโภชนาการ จึงจะทำให้ปัญหาโภชนาการในเด็กนักเรียนหมด”
การพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียน เพื่อให้ไม่ซ้ำรอยกับ เมนูขนมจีนน้ำปลา จึงต้องสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยทั้งในโรงเรียน และที่บ้าน เพื่อให้เด็กไทยพัฒนาสมบูรณ์ตามวัยได้






