"อนันต์ชัย"ร้องศาลปกครองกลางเพิกถอนเหมืองปูน"ทีพีไอโพลีน"

20 มิ.ย. 2562 เวลา 5:41 น. 1.6k

อนันต์ชัยนำชาวสระบุรี ร้องศาลปกครองกลาง ฟ้องหน่วยงานรัฐ 29 แห่ง พ่วง "ทีพีไอโพลีน-เอบีอีเอ็น เอนจิเนียริ่งฯ" รุกป่าสงวน-ทำ EIA มิชอบ หวั่นทำลายโบราณสถานอายุกว่า 1,200 ปี  

20 มิถุนายน 2562 -นายอนันต์ชัย  ไชยเดช ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดถ้ำพระโพธิ์สัตว์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  เข้ายื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ 29 แห่ง และเอกชน 2 ราย คือ บริษัท TPI โพลีน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ บี อี เอ็น เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นท์ จำกัด ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนสัมปทานเหมืองแร่ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน ไม่ให้มีการดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ และในรัศมี 2,000 เมตรรอบวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นโบราณสถานเพิกถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนและหินดินดานเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเซนต์ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และเพิกถอนคำอนุญาตของกรมป่าไม้ ที่อนุญาตให้บริษัททีพีไอ เข้าใช้ป่าสงวน  

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ทางวัดต่อสู้กับเรื่องนี้มาเกือบ 30 ปี เพราะพื้นที่โดยรอบวัดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีโบราณสถานเก่าแก่ เช่น ภาพแกะสลักนูนต่ำสมัยทาราวดีอายุ 1,200 ปี เป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสต้น จนกรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน 

ต่อมาทาง บริษัท ทีพีไอ มีการขอสัมปทานทำเหมืองหินปูน อ้างว่า ได้รับสัมปทานมาอย่างถูกต้อง ทั้งที่บริเวณโดยรอบ กรมทรัพยากรธรณีเคยมีหนังสือแจ้งเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ในปี 2536 ว่าในรัศมี 2,000 เมตรรอบวัด กรมทรัพยกรธรณีจะไม่มีการออกสัมปทานบัตรให้กับเอกชนรายใด ทำให้ตนต้องฟ้องต่อศาลปกครองไปแล้วเมื่อปี 2560 ซึ่งศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้เปิดหน้าเหมืองเพิ่มแต่กลับพบว่า ทางบริษัทมีการลักลอบเปิดหน้าเหมือง อีกทั้งสัมปทานเดิมจะหมดปี 2564 ทางบริษัท ทีพีไอ จึงมีการขอสัมปทานเพิ่มอีก 30 ปีและขยายพื้นที่ออกไปอีก 4  แปลง ซึ่งเข้าไปในพื้นที่ ที่จัดเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ กำหนดเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารจึงได้มีการไปร้องเรียนกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็อ้างว่า ครม.มีมติยกเว้นพื้นที่ 1 เอ ให้ทำเหมืองได้ก็ต่อสู้มา 

และเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ได้ไปติดตามที่สำนักนโยบายและแผน กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อ้างว่า ยังไม่ได้มีการอนุมัติ และจะนำข้อห่วงของทางวัดไปพิจารณา แต่ก็ถูกหลอกโดยวันที่ 17 พ.ค.62 อุตสาหกรรมจังหวัด ได้จัดทำประชาพิจารณ์ตนกับชาวบ้านก็ไปร่วม แล้วได้รับเอกสารฉบับหนึ่ง มีเนื้อหาระบุว่า 22 ม.ค 62 หลังวันที่ตนไปที่สำนักนโยบายและแผนฯไม่กี่วัน คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่ เห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่แล้ว

ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องกับโครงการดังกล่าวเลย จึงถือว่า อีไอเอ ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทราบมาว่าในวันที่ 24 มิถุนายน จะมีการนำมตินี้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหากเห็นชอบก็จะเสนอ ครม.พิจารณา ซึ่งถ้าเป็นไปตามนี้ ทีพีไอก็จะทำเหมืองปูนได้ตลอด 30 ปีในพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ

ผมอยากให้ชาวสระบุรี ลุกขึ้นมาปกป้องผืนป่า ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ โบราณสถานที่เป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เพราะถ้าไม่ต่อสู้ ต่อไปก็จะไม่มีพื้นที่สีเขียว ไม่มีฟาร์มโคนม ไม่มีแหล่งต้นน้ำลำธาร ถ้าเราไม่ช่วยกันต่อสู้ ทุกอย่างก็หมดจริงๆ” นายอนันต์ชัยกล่าวและว่า ยังได้ขอให้ศาลฯมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้มีการนำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯดังกล่าวเสนอที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมในวันที่ 24 มิ.ย.เนื่องจากเป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือหากที่สุดคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและ ครม.มีมติเห็นชอบ ก็จะฟ้องคดีอาญา มาตรา 157 กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ