
เลี่ยง‘รมต.ยี้’ โจทย์ใหญ่‘บิ๊กตู่’ เฟ้นครม.คุณภาพ
แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมัยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่จนถึงวันนี้ผ่านพ้นกว่าสัปดาห์ การฟอร์มครม.ชุดใหม่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมีการกดดันต่อรองขอโควตารัฐมนตรีทุกพรรค โดยเฉพาะกลุ่มต่างๆ ในพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูเหมือนจะจัดสรรตำแหน่งไม่ลงตัว เพราะมีหลายกลุ่มมาอยู่รวมกัน
ไม่ว่ากลุ่มสามมิตร ที่นำทีมโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีส.ส.ในสังกัดประมาณ 12 คน ส่งผลให้อาจไม่ได้โควตารัฐมนตรีตามที่ขอไว้ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กลุ่มสามมิตรชูการแก้ปัญหาราคาสินค้า เช่น ข้าว อ้อย มัน ยาสูบ ที่ดินทำกิน และนโยบายโคบาลประชารัฐ
ท้ายที่สุดกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ก็ตกไปอยู่ในอุ้งมือของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ไม่มีรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์
ในที่สุดปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ทำให้มีการเคลื่อน ไหวจาก 13 ส.ส.ภาคใต้ ที่รวมตัวใช้ชื่อ “กลุ่มด้ามขวานไทย” กลุ่มนี้ได้ส.ส.มาจาก 2 กรณี คือ กรณีแรกคนภาคใต้เบื่อประชาธิปัตย์ เลือกมาทุกปีไม่มีอะไรดีขึ้น เศรษฐกิจก็ยังตกตํ่า กรณีที่ 2 ต้องเลือกเพราะประเทศอยู่ระหว่างทางเดิน 2 แพร่ง ขาหนึ่งเป็นฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร อีกฟากเลือก “ลุงตู่” จึงเทคะแนนให้ลุงตู่ จนท้วมท้น
เมื่อย้อนดูบทบาทของแกนนำกลุ่ม 13 ส.ส.ใต้ พบว่าคนแรกคือพล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ปัจจุบันได้รับแต่งตั้งเป็นส.ว. เคยได้รับมอบหมายให้ดูแลไฟใต้ เป็นฝ่ายเสนาธิการของกองทัพภาคที่ 4 มีบทบาทสำคัญในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาผู้ก่อการร้าย
ส่วนแกนนำสำคัญอีกคน คือ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ตท.12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เคยเป็นส.ส.จังหวัดสงขลา พรรคความหวังใหม่ และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สายการปกครอง เมื่อมีเสียงในสภามากถึง 13 เสียง จึงเกิดการเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี ด้วยคำขู่ที่ว่าถ้าเก้าอี้ไม่มาเลือกตั้งรอบหน้าเก้าอี้ส.ส.ใต้ของพลังประชารัฐเกลี้ยง ถูกประชาธิปัตย์กวาดต้อน หรือไปอนาคตใหม่
มองไปที่กลุ่มส.ส.อีสาน ต่างมีเป้าหมายหวังครองเก้าอี้รัฐมนตรี โดยยึดสัดส่วนส.ส.ที่ได้รับจากการเลือกตั้งเป็นเงื่อนไขในการต่อรองเช่นกัน
หรือกรณีของนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่ต้องการทำงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดิมเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ แต่ตอนนี้โผไปตกที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้นายดำรงค์ออกอาการไม่พอใจ อ้างไม่แน่ใจแนวนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนาจะสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข จะขอเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ
เมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีมีจำนวนจำกัด ทำให้แกนนำและนายทุนหลายพรรคที่ไม่ได้เก้าอี้ พลาดหวังจากตำแหน่งรัฐมนตรีต้องอกหักตามระเบียบ ส่วนคนที่มีรายชื่อติดโผครม. ก็ยังไม่แน่ว่าชื่อจะอยู่ยงคงกะพันต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศภาวะผู้นำจะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและความรู้ความสามารถของรัฐมนตรี และต้องผ่านการตรวจสอบคุณ สมบัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ทั้งนี้ว่าที่รัฐมนตรีบางคนที่จะยังอยู่ในครม. โดยเฉพาะ “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ว่าที่รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ถูกสังคมตั้งข้อกังขา เรื่อง “นาฬิกายืมเพื่อน” แม้ป.ป.ช.ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ในสายตาของสังคมมองภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประวิตร ในทางไม่ดีไปแล้ว
นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐมนตรีหลายคนอาจมีปัญหาเรื่อคุณ สมบัติ อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีปัญหาภาพลักษณ์ ถูกโยงกลุ่มทุนการเมือง ตลอดจนมีเรื่องร้องเรียนใน ป.ป.ช.หลายเรื่อง
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ว่าที่รมช.เกษตรฯ เจ้าพ่อแห่งลุ่มแม่นํ้าสะแกกรัง จ.อุทัยธานีถูกคสช.บุกค้นบ้านผู้มีอิทธิพล 4 ครั้ง ภาพลักษณ์ติดลบ มีคดีอาชญากรรม ก่อนจะมีข่าวเตรียมส่งน้องสาวเข้านั่งรัฐมนตรีแทน
นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ รมช.พาณิชย์ มีปัญหาภาพลักษณ์ ถูกดำเนินคดีรุกที่ ส.ป.ก. เป็นหนึ่งของผู้ทรง อิทธิพล ในพื้นที่อ.เสิงสาง และอ.ครบุรี มีธุรกิจรับซื้อแป้งมัน จากเกษตรกรรายใหญ่ การเลือกตั้งที่ผ่านมาทุ่มพละกำลังที่โคราชได้ 2-3 เก้าอี้
ว่ากันว่าเขาเป็นนายทุนพรรคตัวจริงเสียงจริง “กำนันป้อ” ประกาศที่โคราช ครั้งนี้ถ้าได้เป็นรมต.ให้เงินพรรคภูมิใจไทย 200 ล้าน แต่กำนันป้อมีปัญหารุกที่ส.ป.ก.กว่า 1,200 ไร่ ศาลตัดสินว่ามีความผิดและ บริษัทบุกรุกที่ ส.ป.ก.จริง
ส่วนว่าที่รมต.อีก 4 คน ถูกร้องเรียนมีปัญหาถือหุ้นสื่อ คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่รมว.ศึกษาธิการ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่ รมว.ต่างประเทศ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ว่าที่รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายสาธิต ปิตุเตชะ ว่าที่รมช.สาธารณสุข
ทั้งหมดเป็นปัญหาคุณ สมบัติว่าที่ ครม.ของรัฐนาวา “ประยุทธ์ 2” ที่รอเวลาเคลียร์ให้ลงตัว
แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากหน้าตาครม.ชุดใหม่คือ ต้องสลัดภาพ “ยี้” ให้ได้ และนายกฯต้องกล้าพิจารณาวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับงาน
รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3480 ระหว่างวันที่ 20 - 22 มิถุนายน 2562






