
พท.กำหนดภารกิจ ตรวจสอบรัฐบาลผลักดันแก้ไขรธน.
“เพื่อไทย”กำหนดภารกิจในฐานะฝ่ายค้าน ตรวจสอบ ถ่วงดุลรัฐบาล เป็นปากเสียงให้ประชาชน ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “ทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย” ระบุว่า ภารกิจและความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เพียงต้องให้ความสำคัญกับบทบาทการต่อสู้เป็นปากเสียงให้พี่น้องประชาชนในระบบรัฐสภาเท่านั้น หากยังมีภารกิจในการทำงานในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อให้การคัดค้านการสืบทอดอำนาจ คสช.ภายใต้ รูปลักษณ์ ของรัฐบาลประยุทธ์ 2 สามารถสร้างแนวร่วมและการตระหนักรู้ใหม่ ที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาโครงสร้างประชาธิปไตยของประเทศ และการยึดครองอำนาจเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องตน การรับรู้ในคุณภาพใหม่จะมีส่วนให้เกิดการตรวจสอบจากพลังประชาชนนอกสภา เครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ และทำให้อำนาจเก่าถูกสั่นคลอนแน่นอนในอนาคตอันใกล้
ในส่วนพรรคเพื่อไทย มีภารกิจที่ต้องร่วมมือกันในหลายด้าน
ด้านแรก การทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎรการต่อสู้ในสภาฯ ครั้งนี้มีความยากลำบากกว่าเดิมเพราะกฎเกณฑ์กติกาที่บิดเบี้ยว ดังนั้นภารกิจในการสร้างความเข้มแข็งของการทำงานในสภาฯจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น การพัฒนาระบบตรวจสอบที่เข้มข้น มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน ผ่านการอภิปรายที่มีเหตุผล มีน้ำหนักในการนำเสนอ โดยการทำงานเป็นทีมของ ส.ส.และผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย จะเป็นหลักประกันว่าพรรคเพื่อไทยเข้าใจปัญหาประชาชนในเชิงลึก รับฟังประชาชนอย่างมีคุณภาพ และใส่ใจกับการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง เร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส เชื่อถือได้ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน
ด้านที่สอง การสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่าย องค์กรภาคประชาชน และประชาชนที่มีหัวใจรักประชาธิปไตยเป้าหมายการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งผลเสียหายระยะยาวของประเทศ จำเป็นต้องเดินหน้าคู่ขนานกันไปกับการทำงานในสภาฯ
ด้านที่สาม การสร้างพรรคเพื่อไทยให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง เจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย คือการสร้างพรรคการเมืองนี้ให้เป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง เข้มแข็ง สามารถทำงานการเมืองเพื่อตอบสนองประโยชน์ของประชาชนได้อย่างต่อเนื่องระยะยาว ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองที่จะมีชีวิตในช่วงการเลือกตั้งและเปิดสภาฯเท่านั้น การที่พรรคการเมืองจะเข้มแข็งและอยู่ในใจประชาชนได้ต้องผ่านการพิสูจน์มาแล้วอย่างยาวนาน ร่วมทุกข์กับประชาชนและผลักดันแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง
พรรคการเมืองต้องไม่ใช่พรรคที่มีชีวิตชั่วครั้งคราวแต่เป็นพรรคที่ประชาชนนึกถึงและมอบความไว้วางใจให้จากรุ่นสู่รุ่น การสร้างพรรคเพื่อไทย ให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำงานของกลไกพรรคและบุคลากรทุกระดับ รวมไปถึงการทำให้ผู้แทนราษฎรในนามพรรคเพื่อไทยมีเกียรติและศักดิ์ศรีในสายตาของประชาชน
ขณะเดียวกันการเร่งรัดทำงานกับประชาชน ชุมชนในพื้นที่อย่างเคารพ ยอมรับในความปรารถนาดีของกันและกัน ก็จะเป็นการสร้างพลังหล่อเลี้ยงให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็งที่เป็นจริงเพิ่มขึ้น ผู้แทนราษฎรเองก็มีความสุขและความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยตลอดไป
ด้านที่สี่ การสร้างฐานมวลชนที่มั่นคงและเข้มแข็ง พรรคเพื่อไทยมีต้นทุนการยอมรับจากฐานมวลชนอย่างมั่นคงมาเป็นเวลายาวนาน นับเป็นเกียรติยศที่พรรคได้รับความไว้วางใจมากขึ้น การสร้างฐานมวลชนทั้งในเมืองและชนบทมีธรรมชาติที่ต่างกัน รวมไปถึงฐานมวลชนในชุมชนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลมากขึ้นและพร้อมจะเป็นปากเสียงของความถูกต้องชอบธรรมในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น
สถานการณ์เช่นนี้นับเป็นโอกาสการสร้างการเรียนรู้ใหม่ให้บุคลากรและกลไกทุกระดับของพรรคเพื่อไทย การขยายทิศทางการทำงานจึงเป็นการแสวงหาคุณค่าประสบการณ์จากทรัพยากรของพรรค ผู้อาวุโสมากประสบการณ์ ได้รับการยอมรับอย่างสูง สมาชิกพรรคและผู้แทนราษฎรที่ต่างมีฐานมวลชนของท่านเอง สมาชิกรุ่นใหม่ของพรรคที่อุดมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาระบบงานต่าง ๆ คุณค่าที่จะได้จากต้นทุนทุกระดับย่อมจะนำไปสู่การเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้พรรคได้ทั้งสิ้น
ทิศทางการสร้างฐานมวลชน ผู้ร่วมกำหนดนโยบาย คนทำงาน คนสื่อสาร คนลงมือปฏิบัติ จึงเป็นองคาพยพร่วมกันที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็ง และเป็นพรรคที่น้อมตัวรับใช้และอยู่ในใจประชาชนไปอีกนานเท่านาน






