
‘ปชป.-ภท.’ไม่ยอม ยึดดีลเดิม‘ผู้มีบารมีสีเขียว’
“ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” ไม่ยอมคืนเก้าอี้รัฐมนตรี “เกษตรฯ-คมนาคม” ยึดข้อตกลงเดิมที่ได้ดีลไว้กับ “ผู้มี บารมีสีเขียว” “อนุทิน” ดัน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” คุมท่องเที่ยวและกีฬา
ภายหลังประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ 500 เสียง ต่อ 244 เสียง เลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนที่ 29 สมัยที่ 2
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นได้มีคนจากกลุ่ม “สามมิตร” ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินหน้าทวงเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ ที่จัดสรรไปให้กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ได้มอบเก้าอี้รัฐมนตรีว่า 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์, เกษตรและสหกรณ์ และการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้คุมกระทรวงคมนาคม, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
“สามมิตร”ทวงเกษตรฯ
ขณะที่กลุ่มสามมิตรต้องการโควตากระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ และ คมนาคม คืนมา โดยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. กลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุว่า ขณะนี้ภายในพรรคมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายที่พวกเราได้หาเสียงไว้ จึงอยากฝากไปยังนายอุตตม สาวนายนหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคว่า เราในฐานะแกนหลักของรัฐบาลต้องได้ดูแลกระทรวงสำคัญต่างๆ เพื่อสานงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ รวมทั้งขับเคลื่อนงานนโยบายที่ได้หาเสียงไว้
“พรรคพลังประชารัฐควรได้กระทรวงสำคัญที่ดูแลในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ริเริ่มไว้หลายโครงการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน”
นายสิระยํ้าว่า หากพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ดูแลกระทรวงที่สามารถทำงานเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริงจะเกิดปัญหาในระยะยาว ผู้ใหญ่ในพรรคต้องให้ความสำคัญว่า พรรคเราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ หากจะทำการเมืองต่อไปต้องดูแลภาคเกษตร ซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย เพราะ เราเคยหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน หากเราไม่ได้เข้าไปดูแลกระทรวงสำคัญ อาทิ กระทรวงเกษตรฯ ก็จะไม่สามารถผลักดันโครงการต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
ขณะที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่เสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างการหารือ
ปชป.-ภท.ยึดข้อตกลงเดิม
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับแกนนำพรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต่างยืนยันกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ตรงกันว่า จะไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงโควตารัฐมนตรีที่ได้ตกลงกันไว้กับ “ผู้มีบารมีสีเขียว” ในรัฐบาล ซึ่งเป็นการเจรจาตกลงกันก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังเชื่อว่าการตกลงเรื่องร่วมรัฐบาลเป็นข้อตกลงที่มีหลักสาระสำคัญ คือจะต้องเข้าไปเพื่อนำนโยบายของพรรคไปทำประโยชน์เพื่อประชาชน นั่นคือพันธะสัญญาที่ทุกฝ่ายจะต้องยึดถือเป็นแนว ทางปฏิบัติ ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ยืนยันว่าการประสานงานกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างเป็นข้อยุติแล้ว
ปชป.ถกจัดคนนั่งรมต.10มิ.ย.
สำหรับโควตารัฐมนตรีที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับ และคาดว่าจะมีการจัดคนลงตำแหน่งต่างๆ ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี และนายถาวร เสนเนียม อาจได้นั่งเก้าอี้ระหว่าง รมช.มหาดไทย และ รมช.คมนาคม ขณะที่ทีมของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อาจได้นั่ง รมช.ศึกษาธิการ และส่วนของทีมกรุงเทพมหานคร ระหว่างนายธนา ชีรวินิจ หรือนายสรรเสริญ สมะลาภา อาจได้นั่ง รมช.สาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมทีมยุทธศาสตร์พรรคในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ เพื่อจัดสรรคนลงในตำแหน่งต่างๆ อีกครั้ง ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมร่วมกับส.ส.
“พิพัฒน์”คุมท่องเที่ยว
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้โควตา 8 ตำแหน่ง 7 เก้าอี้รัฐมนตรีนั้น เบื้องต้นวางบุคคลลงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ควบ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็น รมช.มหาดไทย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรมช.พาณิชย์ และอีกคนนั่ง รมช.ศึกษาธิการ
สำหรับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่มีชื่อได้เข้ามาเป็นรมว.ท่องเที่ยวและกีฬานั้น เป็นสามีของ นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งส.ส.ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย
นางนาที โลดแล่นบนถนนการเมืองมานับ 10 ปีแล้ว ทั้งสนามท้องถิ่นและระดับชาติ ทั้งเป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพัทลุง ประธานสมัชชาสตรีจังหวัดพัทลุง และประธานบริหาร บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพัทลุง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
สำหรับ นายพิพัฒน์ เป็นผู้ค้านํ้ามันรายใหญ่ของภาคใต้ เจ้าของปั๊มนํ้ามันพีที (พีทีจี เอ็นเนอยีฯ), สวนปาล์ม, รังนก และฟาร์มกุ้ง เป็นชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา และได้ขยายอาณาจักรธุรกิจไปยัง จ.สตูล
รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3477 ระหว่างวันที่ 9 - 12 มิถุนายน 2562






