
“บิ๊กตู่”ชี้"กลาโหม-มหาดไทย"ต้องอยู่กับพรรคหลัก
“บิ๊กตู่” เผย “กลาโหม-มหาดไทย” ต้องอยู่กับพรรคหลัก ชี้ถ้าเป็น “นายกฯ”ต่อไว้ดูโควต้า “คลัง-คมนาคม” อีกที รับ อยากให้ “บิ๊กป้อม” อยู่ต่อ ไม่หวั่นรัฐบาลใหม่อยู่ไม่ยืด
เมื่อวันที่ 17 พ.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดใจกับสื่อมวลชนระหว่างร่วมรับประทานอาหารกลางวันโดยกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่เสนอขึ้นมา ตนต้องเคารพเสียงประชาชนที่เลือกพรรคการเมืองมา แต่ละพรรคล้วนมีนโยบายดีๆก็ต้องยอมรับให้เข้ามาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่าคิดว่าเป็นการให้เก้าอี้อยากให้คิดว่า เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วมใน ครม. และครม.หลังเลือกตั้งก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ง่ายอย่างเดิมแล้ว ได้เตือนกับพรรคการเมืองหลายอย่างแล้ว ว่าทำแบบเดิมไม่ง่ายเพราะติดกฎหมาย มีคณะกรรมการตรวจสอบ อยู่ในสายตาประชาชนส่วนการบริหารจัดการรัฐบาลใหม่ที่เป็นพรรคร่วมไม่ยุ่งยาก ถ้าอยู่ภายใต้กฎระเบียบ
เมื่อถามว่า รัฐบาลผสมจากหลายพรรคอาจเกิดความไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าสื่อต้องช่วยกันทำให้สังคมเรียนรู้ว่า นี่เป็นการจัดตั้งของรัฐบาลเมื่อมาอย่างนี้ก็ต้องไปอย่างนี้ ไม่ใช่ตนทำให้เป็นอย่างนี้ทุกคนให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้ง และแกนนำพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เข้ามาหารือกับตน ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคไปก่อนแต่ท้ายที่สุดคนที่ตัดสินใจ คือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งนายกฯคนใหม่จะได้ใครก็ยังไม่รู้เลย เพราะยังมีเต็ง 2 -3 อยู่ด้วย
เมื่อถามว่า มี 4 กระทรวงคือ กระทรวงกลาโหม มหาดไทย คลัง และคมนาคมไม่สามารถให้พรรคร่วมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฝ่ายความมั่นคงก็ควรจะอยู่กับพรรคหลักไม่ใช่หรือเพื่อดูแลให้เดินหน้าไปได้ ขอย้ำว่าผมไม่หวงผลประโยชน์ ผมไม่เคยมีผลประโยชน์ ส่วนกระทรวงการคลังและคมนาคม เขาคุยกันอยู่
ให้เขาคุยกันก่อน ถ้าผมเป็นนายกฯ ก็ค่อยมาดูกันอีกที ซึ่งไม่น่าเปลี่ยนแปลง ถ้าคุยกันได้อย่างที่ผมว่า แต่ละพรรคขออย่ากังวล เพราะผมให้เกียรติทุกพรรค เพราะตนมีหลักการที่จะต้องดูสัดส่วนความเหมาะสมของพรรคร่วมทั้งคะแนนการเลือกตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาพิจารณาด้วย ส่วนใครจะเหมาะสมตรงไหน ค่อยว่ากันอีกที เราจะเดินหน้าไปแบบนี้ แม้คะแนนใกล้เคียงกัน ก็ขอให้บ้านเมืองไปได้ก่อนจะได้ไหม”
เมื่อถามว่า อยากให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ช่วยงานต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงอยากก็โอเค อยาก เพราะไว้ใจกันมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองด้วย ว่าจะรับแค่ไหนอย่างไร รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วยผมเป็นห่วงกังวลตรงนี้”
เมื่อถามว่า ได้ชวนพล.อ.ประวิตร มาร่วมงานแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องชวน ถึงเวลาก็คุยกัน” ส่วนจะมีแนวโน้มว่า พล.อ.ประวิตร จะมาช่วยงานหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ พล.อ.ประวิตร ก็ตอบสื่อแล้วว่าไม่รู้เหมือนกัน และส่วนตัว ยังไม่ได้ถามท่าน รวมถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะมาช่วยงานหรือไม่ ก็แล้วแต่ท่าน เพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ตนเพียงคนเดียว
เมื่อถามว่าจะบริหารจัดการอย่างไรกับพรรคร่วมที่มีกว่า 20 พรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยร่วมมือกัน ไม่ว่าจะ 30 พรรคหรือ50 พรรค ต้องดูว่าทุกคนทำจริงอย่างที่กล่าวว่าทำเพื่อประเทศชาติเป็นหลักหรือไม่แล้วจะทำได้จริงหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แล้ววันหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกก็ได้ วันหน้าจะเป็นอะไรก็ยังไม่รู้ ส่วนตัวถ้าไม่เป็นก็กลับบ้านนอน แล้วทุกคนจะคิดถึงตน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่อยากให้คำว่าต่อรองตำแหน่งกัน เพราะเป็นหารือกันถึงความเหมาะสมกับตำแหน่ง ทั้งนี้ ตนไม่ได้พูดคุยกับพรรคอื่นๆ เพราะเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้การเมืองในวันข้างหน้า คิดว่าไม่จำเป็นต้องปรับตัว เมื่อทำงานกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องพูดคุยกันให้มากขึ้นให้เกียรติคนที่เคยทำงานมาก่อน
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลผสมจะอยู่ไม่ยืดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ยืดก็ไม่ยืด ก็แล้วแต่ว่าเราจะทำให้ยืดหรือไม่ แต่ต้องให้เวลาในช่วงเปลี่ยนผ่านบ้าง ต้องยอมรับกติกาประชาธิปไตย ที่ผ่านมาเราปฏิรูปมากมาย ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนต้องปรับคือพูดให้ช้าลง ทำหน้างอให้น้อยลง
เมื่อถามว่า ถ้าได้กลับมาเป็นนายกฯครั้งหลังการเลือกตั้ง จะเดินแอ่นอกได้มากกว่าเดิม พร้อมลบปมที่มาจากรัฐประหารได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมถือว่าไม่มีปม ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป เพราะผมไม่มีปม ที่เข้ามาก็เพราะด้วยความจำเป็นทางการเมือง แต่วันนี้ไม่ว่าจะเข้ามาอย่างไร ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง วันหน้าการตรวจสอบมีอีกมากยิ่งขึ้นด้วย ยืนยันว่าไม่ต้องการผลประโยชน์และชื่อเสียงใดๆ”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ทราบว่าจะได้ตำแหน่งรมว.สาธารณสุข เพื่อเดินหน้าเรื่องกัญชาเสรีหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรื่องกัญชาได้เดินหน้าไปมาก แต่ทุกอย่างไม่สามารถเดินหน้าไปอย่างง่ายดายนัก จึงอย่าคิดว่าได้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จะทำได้ทุกอย่างเพราะต้องมาหารือกันใน ครม.






