thansettakij
thansettakij
ลุ้น5ด้านดันแต้มดูอิ้งบิสิเนส จี้‘กทท.’ร่วมมือสางปัญหา

ลุ้น5ด้านดันแต้มดูอิ้งบิสิเนส จี้‘กทท.’ร่วมมือสางปัญหา

12 พ.ค. 62 | 03:00 น.

นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตัวแทนธนาคาร โลก (เวิลด์แบงก์) จะมาเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing business) ของประเทศไทย เป็นปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคมนี้ เพื่อนำไปจัดทำรายงานออกช่วงปลายปีนี้

จากการตรวจสอบข้อมูลจาก 25 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับ 10 ตัวชี้วัด 10 ด้าน ที่เวิลด์แบงก์จะให้คะแนน ทำให้มั่นใจว่าอันดับน่าจะดีขึ้นจาก 5 ด้าน ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ คือ 1. ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่กรมศุลกากรนำระบบที่ใช้กระบวนการทางศุลกากรล่วง หน้าก่อนที่สินค้าจะมาถึง (Pre-Arrival) ก่อนที่เรือ-เครื่องบินจะเดินทางมาถึง สามารถส่งใบคำขอมาก่อนล่วงหน้าทำให้ระยะเวลาในการให้บริการลดลงอย่างมาก

ลุ้น5ด้านดันแต้มดูอิ้งบิสิเนส จี้‘กทท.’ร่วมมือสางปัญหา

อารีย์พันธ์ เจริญสุข

2. ด้านการชำระภาษี ทำได้รวดเร็วและคืนเงินได้เร็วขึ้น มีระบบการกรอกและลดจำนวนหน้าในแบบฟอร์ม 3. ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน ที่เชื่อมข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับกรมที่ดินได้ 80-90%

4. ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง เดิมต้องออกตรวจ 7 ครั้งในการสร้างอาคาร ตอนนี้ใช้แนวการตรวจเป็นแบบการบริหารความเสี่ยง ลดเหลือ 3 ครั้ง คือ ก่อน กลาง และหลังก่อสร้าง ทำให้การตรวจอาคารไม่รบกวนการก่อสร้างมากนัก 5. ขอใช้ไฟฟ้า จากเดิมอยู่อันดับที่ 6 ของโลก เพราะลดค่าใช้จ่ายในการขอใช้ไฟฟ้าจากเดิม 77,050 บาท เหลือ 2,500 บาท

รองเลขาฯก.พ.ร.กล่าวว่า ปัญหาที่น่าห่วงคือประเด็น E-service ที่เวิลด์แบงก์จะให้คะแนนต่อเมื่อมีคนมาใช้บริการเกิน 50% จึงเสนอให้แต่ละหน่วยงานหามาตรการหรือแรงจูงใจให้ประชาชน เอกชนใช้บริการทางออนไลน์มากขึ้น

นอกจากนี้ปัญหาที่เจอเกี่ยวข้องกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในกระบวน การ Cut off time หรือ ระยะเวลาที่เราต้องรอนำคอนเทนเนอร์ลงเรือในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ รอ 6 ชั่วโมง มาเลเซียรอ 12 ชั่วโมง ของไทย 24 ชั่วโมง จึงเสนอว่าถ้าการท่าเรือฯสามารถลดระยะเวลาดังกล่าวลงได้ให้ได้เท่ากับมาเลเซีย ก็จะช่วยให้อันดับดีขึ้น ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้จึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอนานแบบนั้น

ด้าน นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร กล่าวถึงมาตรการ Pre-Arrival ว่า ช่วยให้ทำพิธีการศุลกากรได้ล่วงหน้า ทั้งการส่งข้อมูลใบขนสินค้า ชำระภาษีอากร ก่อนที่เรือหรืออากาศยานจะมาถึง ครอบคลุม 90% ของใบขนสินค้าทั้งหมด ขั้นตอนเหลือเพียงขั้นตอนเดียวคือนำสินค้าออก

ลุ้น5ด้านดันแต้มดูอิ้งบิสิเนส จี้‘กทท.’ร่วมมือสางปัญหา

จากการสำรวจร่วมกับเอกสารในการดำเนินมาตรการในการรับของออกจากท่าเรือลดลงไปประมาณ 15 ชั่วโมง สำหรับทางอากาศยาน และทางเรือลดลง 5-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบ E-payment ให้ผู้ประกอบการชำระอากรออนไลน์ พรินต์ใบเสร็จได้ด้วยตัวเอง เพิ่มช่องทางการชำระผ่านธนาคาร โมบาย แบงกิ้ง เคาน์เตอร์เซอร์วิส ช่วยลดระยะเวลาจาก 1 ธุรกรรม ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง หรือลดได้ 3.5 ล้านชั่วโมง/ปี ค่าใช้จ่ายแต่ละธุรกรรมลดลงไป 433 บาท หรือลดได้ 513 ล้านบาท/ปี

ส่วนอีกมาตรการ No  copy ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ไม่ต้องใช้สำเนาใบขนสินค้า ช่วยลดขั้นตอนการตรวจปล่อย ประหยัดกระดาษได้ 60 ล้านแผ่น หรือประมาณ 30 ล้านบาท/ปี ในราคา 50 สตางค์/แผ่น 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3469 ระหว่างวันที่ 12 - 15 พฤษภาคม 2562

ลุ้น5ด้านดันแต้มดูอิ้งบิสิเนส จี้‘กทท.’ร่วมมือสางปัญหา