
‘จุรินทร์-กรณ์’ ใครเข้าวินหัวหน้า‘ปชป.’
นอกจากกำลังรอลุ้นผลประกาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างเป็นทางการจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้แล้ว คอการเมืองยังต้องเกาะติดจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล และกำหนดทิศทางการ เมืองไทย นั่นคือ การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับ “พรรคประชาธิปัตย์” แห่งค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมนั้น ยิ่งใกล้วันเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ บรรยากาศก็ยิ่งคึกคัก โดยในวันพุธที่ 15 พฤษภาคมนี้ กำหนดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนแทน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ประกาศลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของพรรคในการเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้
ล่าสุดปรากฏชื่อผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย 1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค 2. นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค 3. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ 4. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ตามมาด้วยการเปิดชื่อ “ว่าที่เลขาธิการพรรค” แม่บ้านพรรคคนใหม่ของว่าที่หัวหน้าพรรคแต่ละคน ซึ่งทราบกันดีว่า ตำแหน่งนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากภายในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวชี้วัดขุมกำลังของตัวผู้ท้าชิงหัวหน้าทั้ง 4 คนด้วย ที่ผ่านมา ที่สร้างการจดจำให้มากที่สุด คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ นายอภิสิทธิ์ ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ดี วันนี้มีผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคเพียง 2 คน ที่เปิดตัว “เลขาธิการพรรค” ออกมาให้เห็นหน้าเห็นตากัน คือ นาย กรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเปิดตัว นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ส.ส.ตาก อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตรมว.อุตสาหกรรม ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จับคู่มากับ นายถาวร เสนเนียม
ส่วนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นั้น อยู่ในช่วงของการควานหาตัว เลขาฯพรรค ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเลือกใครจาก 4 รายชื่อนี้ ประกอบด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค สมัยนายอภิสิทธิ์, คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช, นายอัศวิน วิภูศิริ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรค และว่าที่ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รักษาการรองเลขาธิการพรรค ที่อาสาขอเข้ามาทำงานนี้
วิเคราะห์กันว่าจากประสบ การณ์ ความสามารถ และความเก๋าเกมทางการเมืองในสภาของ นายจุรินทร์ แล้ว เห็นตรงกันว่า นายจุรินทร์ ไม่จำเป็นต้องเลือกเลขาธิการพรรคที่มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่ต้องการเลขาธิการพรรคที่มีภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปจากเดิม
และเมื่อวิเคราะห์โอกาสของผู้ท้าชิงทั้ง 4 คน เชื่อว่า นายจุรินทร์มีโอกาสจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เนื่องจากทำงานร่วมหัวจมท้ายกับพรรคมานาน ทั้งยังสร้างผลงานในสภาเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญได้รับการสนับสนุนจาก 2 ผู้อาวุโสของพรรคอย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุรินทร์ ได้ชื่อว่า เป็นลูกรักของนายหัวชวน เนื่องจากมีแนวคิด บุคลิก และสไตล์การทำงานทางการเมืองที่คล้ายคลึงกัน
อย่างไรก็ตาม จากผู้ที่มีชื่อชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 คน แต่ท้ายที่สุดแล้ว น่าจะมีเพียง 2 คน คือ นายจุรินทร์ กับ นายกรณ์ เท่านั้นที่จะ “ชิงดำ” กันยึดหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ จะไม่มีการหยั่งเสียงสมาชิกพรรคเหมือนเมื่อครั้งที่ นายอภิสิทธิ์ แข่งขันกับน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายอลงกรณ์ พลบุตร แต่จะเปิดให้เสนอชื่อกันในที่ประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม โดยให้มีองค์ประชุมทั้งหมด 307 คน ซึ่งประกอบด้วย 19 กลุ่ม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ กลุ่มส.ส.ใหม่ซึ่งได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว จำนวน 52 คน กลุ่มนี้จะมีนํ้าหนัก ในการโหวต 70% ในการคำนวณคะแนนเลือกตั้ง
ส่วนที่ 2 คือ กลุ่มอดีตคณะกรรมการบริหารพรรค, อดีตส.ส., อดีตรัฐมนตรี, อดีตหัวหน้าพรรค, อดีตเลขาธิการพรรค, กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น หรือสภาท้องถิ่นที่ลงสมัครในนามพรรค, กลุ่มหัวหน้าสาขาพรรค หรือตัว แทนจังหวัด กลุ่มตัวแทนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งชุดล่าสุด 25 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนผู้สมัครบัญชีรายชื่อ 7 คน และตัวแทนผู้สมัครส.ส.เขต 18 คน ส่วนนี้มีนํ้าหนักในการโหวตเพียง 30%
จากนั้นจะมีการเสนอชื่อผู้ที่ประสงค์จะรับการเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคจากสมาชิกพรรค ซึ่งเบื้องต้นมีรายชื่อแคนดิเดตออกมาแล้ว 3-4 คน
หลังจากนั้นผู้สมัครจะแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมใหญ่คนละประมาณ 15 นาที และเปิดให้สมาชิกลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
สุดท้ายผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” จะมีภารกิจใหญ่ที่ต้องตัดสินใจทางการเมืองว่า จะเลือกเป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้านอิสระ... ก็จะได้รู้กันเร็วๆ นี้
รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง
หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3467 ระหว่างวันที่ 5 - 8 พฤษภาคม 2562






