
นักวิชาการวิพากษ์ผลงาน "กกต." ติดลบ แนะฟื้นความเชื่อมั่น
... ในเวลาที่เหลือไม่ถึง 1 เดือนนับจากนี้ กลายเป็นโค้งอันตรายของ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) เพราะตามขั้นตอนและกระบวนการรัฐธรรมนูญการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค. 2562 นี้
ปมเก่ายังไม่ถูกคลี่คลายไป ปัญหาใหม่ ๆ ก็ยังคงรุมเร้าเข้าหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์ล่ารายชื่อถอดถอน "7 เสือ กกต." ที่มีหลายกลุ่มเข้ายื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องพร้อมแนบรายชื่อประชาชนจำนวนหนึ่ง ไปเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2562 รวมถึง นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง ซึ่งตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อปลายเดือน มี.ค. ได้เข้ายื่นเรื่องเรียกร้องให้ถอดถอน กกต. ในวันเดียวกัน
ล่าสุด เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมได้นำรายชื่อกว่า 8 แสนชื่อ ซึ่งลงชื่อสนับสนุนในแคมเปญ "ลงชื่อถอดถอน กกต." ผ่าน Change.org/EC ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. แล้วเช่นกัน
⁍ แนะ "กกต." ฟื้นความเชื่อมั่น
รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในฐานะอดีต กกต. คงไม่สามารถประเมินผลงาน กกต. ได้ เพราะจะกลายเป็น "ฉันทาคติ" เข้าข้าง กกต. เพราะเคยเป็น กกต. มาก่อน
⇲ รศ.ดร.โคทม อารียา
อย่างไรก็ดี การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มองว่าควรติเพื่อก่อ ช่วยกันชี้แนะให้ กกต. ได้ปรับปรุง หรือ ตอบคำถามในเรื่องที่เป็นปัญหา ซึ่งก็หวังว่า กกต. จะได้รวบรวมความเห็น คำถาม ข้อเสนอแนะต่าง ๆ และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นความไว้วางใจ
"ตอนนี้ไม่อยากให้ใช้ข่าวสาร กล่าวโทษและต่อว่ากันไปมา เป็นระยะเวลาการทำงาน เป็นช่วงที่ กกต. ต้องทำงานเพื่อให้บรรลุตามความคาดหวังของประชาชน รวบรวมคำถามและข้ออธิบาย ไม่วินิจฉัยไปในทางที่กังขาเพิ่มขึ้น อย่าไปติดหล่มกับตัวปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหาหลัก มองปัญหาเบื้องต้นที่ต้องแก้ แล้วไปแก้ไขตรงนั้น"
รศ.ดร.โคทม เสนอแนะว่า วันนี้ กกต. ต้องฟื้นความไว้วางใจ ฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากการกระทำที่ส่อเจตนาถึงความสุจริตเที่ยงธรรม ถ้าเป็นเช่นนี้ การกระทำนั้นก็จะต้องฟื้นความไว้วางใจขึ้น แม้ว่าจะยาก แต่เป็นอาณัติที่ กกต. อาสาไว้ และทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องมีพบ ต้องมีอุปสรรค การกระทำที่สุจริตและเที่ยงธรรมจะเป็นเกราะกำบังและผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ขณะที่ สังคมก็ต้องตั้งอยู่บนสติ แยกแยะด้วยเหตุด้วยผล เราต้องคิดและเสนอแนะทางเลือกทางออกอย่างสร้างสรรค์
⁍ 'ทวี' สับ กกต. ผลงานติดลบ
ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประเมินผลงาน กกต. ให้ "ติดลบ" เพราะการทำงานไม่โปร่งใสและไม่ได้ชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ทำงานตามนํ้า ทำงานแบบวัวหายล้อมคอก
⇲ ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล
ดังเช่น กรณีของสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่จนถึงวันนี้ สังคมยังคงสงสัย เพราะยังไม่มีความชัดเจนจาก กกต. ออกมา โดยนักวิชาการรายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า จากข้อมูลของ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ให้สัมภาษณ์เปิดช่องให้ กกต. สามารถที่จะออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ได้
โดยยืนยันว่า สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั้นมีอยู่แล้วและมีเพียงสูตรเดียวเท่านั้น เป็นสูตรคำนวณที่มีการถกเถียงและตกผลึกกันแล้ว ทั้งยังไม่ได้เพิ่งมาคิดกันภายหลังเมื่อทราบผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. มีบันทึกการประชุมกรรมาธิการวิสามัญ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 และครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 และสรุปชัดเจนในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561
"เมื่อมีข้อมูลปรากฏชัดเจนเกี่ยวกับสูตรคำนวณเช่นนี้แล้ว จึงค่อนข้างแปลกใจว่า ทำไม กกต. ไม่ชี้แจง ไม่อธิบาย หรือ กกต. มีการเปลี่ยนแปลงสูตรคิดหรือไม่ อย่างไร" นักวิชาการรายนี้ตั้งข้อสังเกต
ทั้งนี้ ระบุว่า สิ่งที่ร้ายแรงมากที่สุดในสายตาของนักรัฐศาสตร์ คือ กกต. ไม่เคารพสิทธิตามรัฐธรรมนูญ กรณีไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนิวซีแลนด์ เป็นการทำลายสิทธิในการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาปกครองเรา ซึ่งถือเป็นอำนาจพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังหาผู้กระทำผิดเรื่องนี้ไม่ได้ ว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะกระทรวงการต่างประเทศ การบินไทย หรือใคร สังคมยังสงสัย เรื่องนี้ร้ายแรงมาก ในความคิดของนักรัฐศาสตร์ถือว่าเป็นการขโมยสิทธิในชีวิตของประชาชน
"ผมไม่มีความหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าจะเต็มไปด้วยการฟ้องร้อง กกต. ทั้งจากฝ่ายที่ได้และเสีย ยิ่งถ้าการนับบัญชีรายชื่อมีปัญหาเช่นนี้ หากไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ อีกประการ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจใช้อำนาจพิเศษสั่งระงับผลการเลือกตั้ง ผมมองว่า สุดท้ายแล้ว อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจใหม่ ครั้งนี้คนที่ซื้อเสียงจะเจ๊ง เพราะผู้สมัครต้องสู้กันด้วยความดีงาม" ผศ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย
⁍ กกต. ทําหน้าที่ในภาวะยากลําบาก
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ยุคนี้ ว่า ต้องดูโดยรวม สำหรับภาวะการทำงานที่เป็นอยู่ ซึ่งภาวการณ์วันนี้ เป็นสถานการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากเหตุบ้านการเมืองที่สับสนวุ่นวาย และต่อเนื่องมาในด้านที่แต่ละคนมีปัญหา แต่ละคนไม่ลงรอยกัน ต่างคนต่างคิด ต่างมีทิฐิมานะและเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ ทำให้การทำงานลำบาก
⇲ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก
ประการที่ 2 กกต. อาจจะอ่อนประสบการณ์ ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องการได้ กกต. ที่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าไม่เคยเป็น กกต. มาก่อน หรือต้องเป็นคนที่เคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ อธิบดี ซึ่งคุณสมบัติเช่นนี้ต้องย้อนไปไกลถึงปี 2540 ซึ่งแทบจะไม่มี หรือ หาได้ยากมาก
อีกประการ คือ ในฐานะของ กกต. เวลาที่ทำงานต้องมีการสื่อสาร ต้องอธิบายและพูดกันให้ชัดเจนในเรื่องของรายละเอียด แต่ไม่ได้พูดหรือไม่ได้ทำให้ชัดเจน เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจาก กกต. จะไม่เข้าใจ แล้วประชาชนเองก็ไม่เข้าใจว่า กกต. ทำอะไร เพราะ กกต. ก็ไม่เคยทำมาก่อน
ท้ายที่สุด กกต. จึงจัดการอะไรไม่ได้ นับตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จนถึงวันหย่อนบัตร ทุกเรื่องจึงประดังประเดเข้าหา กกต. เรียกได้ว่า ถนนทุกสาย หินทุกก้อนเหวี่ยงใส่ กกต. ซึ่งก็น่าเห็นใจ
ดังนั้น กกต. ต้องตั้งหลักให้มั่น นับแต่ตอนนี้คงต้องอธิบายแล้ว อาทิ เรื่องของการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือถ้าไม่ จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ทำไป เลือกเอาทางหนึ่งทางใดก็ว่าไปเลย ทำไปเลย
"ผมมองว่า กกต. ก็ทำหน้าที่ในสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ แต่ความบกพร่องที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะอ่อนประสบการณ์ อยู่ในอาการมึน เหมือนถูกจับยัดใส่ในนํ้าที่ก็ต้องมึน ๆ กันบ้าง"
| รายงาน โดย กมลพล ชิระสุวรรณ
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3461 ระหว่างวันที่ 14 - 17 เมษายน 2562






