
ปม‘ดอน-ธนาธร’ถือหุ้นแตกต่างกัน
นักกฎหมายชี้ปม “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อ แตกต่างกับกรณีของ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” ที่ข้อเท็จจริง ซึ่งศาล รธน.วินิจฉัยให้พ้นผิด ขณะที่ของ “ธนาธร” หากกกต.ชี้ผิดต้องส่งศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง โดยคำชี้ ขาดของศาลรธน.ไม่ผูกพันคดีในศาลฎีกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่มีการนำประเด็นการโอนหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มาเปรียบเทียบกับกรณีการถือครองหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยยกเอาคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยเป็นกรณีศึกษา ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนนายธนาธร เห็นว่าถ้านายดอนหลุด นายธนาธรก็ต้องหลุดด้วย ว่า
ในข้อเท็จจริง การพิจารณาคดีของนายดอนนั้น เป็นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของนาย ธนาธร หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่ามีความผิดจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา ศาลที่วินิจฉัยคดีจึงเป็นคนละศาล จะเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นบรรทัดฐานในศาลฎีกาไม่ได้ ถึงแม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่ข้อเท็จจริงต่างกัน คดี นายดอนศาลรับฟังได้ว่า มีการทำหนังสือโอนหุ้นกันจริง ไม่มีประเด็นและหลักฐานบ่งชี้หรือแสดงว่าเป็นการทำย้อนหลัง
“การโอนหุ้นของนายธนาธร มีหลักฐานจากแบบ บอจ. 5 ที่บริษัททำขึ้นและนำส่งต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แย้งและลบล้างข้อเท็จจริง ในตราสาร การโอนหุ้นลงวันที่ 8 มกราคม 2562 ข้อเท็จจริงต่างกัน และเป็นประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดีคุณดอน จึงไม่ผูกพันคดีนายธนาธร ในศาลฎีกา” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระบุ
สำหรับคดีการถือครองหุ้นในบริษัทสื่อของนายธนาธร นั้น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่านายธนาธร ขาดคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส. หรือไม่ เนื่องจากยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่ง เป็นธุรกิจสื่อเข้าลักษณะต้องห้ามการเป็นผู้สมัคร ส.ส. โดย ขณะนี้สำนักงาน กกต.อยู่ ระหว่างการไต่สวนและรวบรวมข้อเท็จจริง และได้เชิญนายศรีสุวรรณเข้าให้ปากคำไปแล้ว
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3460 ระหว่างวันที่ 11 - 13 เมษายน 2562






