thansettakij
thansettakij
'สนธิรัตน์' มั่นใจ! พปชร. รวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้

'สนธิรัตน์' มั่นใจ! พปชร. รวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้

26 มี.ค. 62 | 07:56 น.

'สนธิรัตน์' มั่นใจ! พปชร. รวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ ย้ำ! จุดยืน "บิ๊กตู่" ต้องเป็นนายกฯ เท่านั้น มองแมวดำตัดหน้าเป็นมงคล "ที่แมวกำลังไล่จับหนูได้"

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปและมั่นใจว่าจะรวมคะแนนเสียงได้ในเวลาไม่นาน ขอให้ได้มีการพูดคุยกันก่อน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า มีการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่มูลนิธิป่ารอยต่อนั้น มีคำยืนยันจาก นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ออกมาปฎิเสธแล้ว และตนก็ไม่ทราบว่ามีคนของพรรคไปร่วมพูดคุยด้วยหรือไม่ แต่เมื่อมีการออกมาปฏิเสธแบบนี้ แสดงว่า "ไม่ใช่เรื่องจริง" เพราะพูดคุยกันข้างนอกน่าจะสะดวกกว่า ที่สำคัญไม่จำเป็นจะต้องมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาร่วมพูดคุยในการรวมเสียงครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มติของพรรคมอบหมายให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้เดินหน้าพูดคุยและกำลังทำหน้าที่นี้อยู่ ยอมรับว่า ตอนนี้ได้มีการประสานพูดคุยกับพรรคการเมืองแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การหาเสียงพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้แย้งว่า พรรคที่ได้ ส.ส. มากกว่า ควรได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพเสียงทุกเสียงของประชาชน ไม่ว่าเสียงที่ลงไปจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ แล้วเมื่อนำเสียงที่ได้รับการสนับสนุนของทั้งประเทศมารวมกันในสัดส่วนของ ส.ส. พึงมี นี่คือ หลักการที่ชอบธรรม ที่สำคัญพรรคพลังประชารัฐมีความแตกต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส. ทั่วทุกภาคของประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ ขณะที่ บางพรรคไม่มี

 

'สนธิรัตน์' มั่นใจ! พปชร. รวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้

 

ดังนั้น เสียงที่ได้รับความไว้วางใจสะท้อนความต้องการของประชาชน ส่วนที่นั่ง ส.ส. เป็นเรื่องของพรรคที่มีภาคนิยม จะมี ส.ส. ในภาคนั้นมากและเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่มีเลย พรรคจึงเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า เสียงประชาชนสนับสนุนพรรคเรา ส่วนความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ... นายสนธิรัตน์ ยืนยันว่า ประเด็นหลัก คือ พรรคที่เป็นรัฐบาล หรือ ร่วมรัฐบาล จะต้องมีเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ ใครรวมเสียงได้มากก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ นั่นคือ ความชอบธรรมที่แท้จริง ทั้งนี้ ไม่ขอเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง เพราะคุยกับหลายพรรค

ส่วนข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่เสนอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี หากยอมเข้ารวมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของพรรคที่จะเสนอ เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐไม่ใช้วิธีการแบบนี้ เพราะพรรคเคารพสิ่งที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้ ว่า จะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อหลังการเลือกตั้งก็ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม หากใครจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐก็ต้องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

"เราจะไม่เอาตำแหน่งนายกฯ ไปมอบให้กับใคร เราเคารพสิทธิ์ของพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ และเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ รณรงค์หาเสียง เราจะไม่เป็นพรรคที่เมื่อได้เป็นผู้นำแล้ว จะเอาตำแหน่งนายกฯ ไปแลก เพื่อต้องการเป็นรัฐบาล จุดยืนของพรรคเป็นประชาธิปไตยชัดเจนและเคารพในการหาเสียงกับพี่น้องประชาชน และยอมรับว่า พรรคเราพูดคุย มีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปที่จะตอบเรื่องของการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี เพราะยังมีเวลา"

"พรรคพลังประชารัฐมั่นใจจะดำเนินการได้ตามที่พรรคประสานไว้ และยังมีเวลาอีกเป็นเดือนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งได้ถึงเดือน พ.ค. ตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็จะแถลงข่าวทันที"

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทราบเรื่องของการที่พรรคพลังประชารัฐรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า "รู้ว่าเรากำลังประสาน มีความคืบหน้าเป็นอย่างไรจะเรียนให้ทราบทันที ซึ่งท่านให้อิสระในการทำงาน"

 

เมื่อถามว่า แมวดำเดินตัดหน้านายกรัฐมนตรีมีนัยยะสำคัญอย่างไร นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า แมวดำไม่ได้ตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรีและมองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนูถือว่าเป็นมงคล เพราะ "แมวกำลังจะจับหนูได้"

และเมื่อถามว่า แมวสีดำมีนัยยะอะไรหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวทันทีว่า แมวไม่ว่าจะสีอะไรขอให้จับหนูได้ก็พอ ส่วนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ เสี่ยหนู ขึ้น Facebook เป็นรูปพริก นายสนธิรัตน์ มองว่า กำลังจะสื่อสารว่า มีความแซ่บ มีรสชาติ ไม่น่าจะหมายถึงการพลิกเกม ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องงูเห่าจะเข้ามาร่วมจับหนู งูกับแมวใครจะได้กินหนูก่อนกัน เราอย่าไปตีความกันเอง มันจะปวดหัว