thansettakij
thansettakij
พปชร. ถกบ่าย 3 วันนี้ กำหนดท่าทีจัดตั้งรัฐบาล

พปชร. ถกบ่าย 3 วันนี้ กำหนดท่าทีจัดตั้งรัฐบาล

25 มี.ค. 62 | 07:29 น.

'พลังประชารัฐ' ถกบ่าย 3 วันนี้ กำหนดท่าทีจัดตั้งรัฐบาล เผย ให้เวลา ปชป. หารือภายในก่อนดึงร่วมรัฐบาล

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้ความเห็นในฐานะเป็น "ผู้จัดการ" ในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า  เวลานี้ต้องรอผลคะแนนให้มีความชัดเจนของตัวเลขเสียก่อน ถามว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามที่คาดหรือตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์ ให้ความเห็นว่า ดีกว่าที่คาดคิดในเชิงของกระแสการตอบรับจากพี่น้องประชาชน แต่ถ้ามองในส่วนของตัวเลขแล้วนั้น มองว่า ทำได้บนเป้าที่ตั้งใจอยู่ ไม่ได้พลาดจากเป้าที่ได้ประมาณการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคทำมาโดยตลอด

"สิ่งที่พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญเวลานี้ คือ การมองคะแนนรวมทั้งประเทศเป็นตัวตั้ง ในการทำงานมองคะแนนทั้งประเทศเป็นตัวตั้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น ทางพรรคจึงให้ความสำคัญกับตัวคะแนนรวมของทั้งประเทศเป็นตัวตั้ง จากนั้นแน่นอนว่าจะเป็นเรื่องของสัดส่วนของเขตที่เป็นเรื่องที่พรรคย่อมต้องมุ่งหวัง ที่จะต้องมีปริมาณของเขตที่มากพอสมควร ซึ่งก็ได้ตามเป้าในเรื่องของเขต

อย่างไรก็ดี มีหลายพื้นที่ที่ทางพรรคทำได้ดีเกินกว่าเป้าหมายที่ประเมินเอาไว้ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ เชื่อว่า ตัวแปรประการหนึ่งที่ทำให้ได้รับการตอบรับจากพี่น้องทางภาคใต้ เนื่องจากประชาชนต้องการความสงบ ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป ซึ่งทราบกันดีว่า พี่น้องภาคใต้นั้นถือว่าเป็นประชาชนที่มีส่วนร่วมสูงมากทางการเมืองในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ประชาชนเห็นว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นทางเลือกที่เป็นทางออกของประเทศที่ดีในเวลานี้ ทำให้กระแสภาคใต้ของพรรคมาค่อนข้างดี" นายสนธิรัตน์ ระบุ

เมื่อถามว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งออกมาไม่ชนะแบบขาดลอยอาจเกิดปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหาทางออกคะแนน ขณะนี้เป็นคะแนนที่ยังไม่ยุติ แต่ก็ทำให้เห็นเค้าโครงโอกาสในการที่จะเดินไปข้างหน้าของรัฐบาลที่ต้องร่วมกันทำ ทั้งนี้ มั่นใจว่า ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันร่วมมือกันในการพาประเทศไปข้างหน้า ที่คุยกันเบื้องต้นมองว่าจะมีทางออก

 

พปชร. ถกบ่าย 3 วันนี้ กำหนดท่าทีจัดตั้งรัฐบาล
 

สำหรับพื้นที่ กทม. ซึ่งมีหลายโพลล์ที่คาดการณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่ได้ในพื้นที่ กทม. แต่สุดท้ายกลับสามารถกวาดเก้าอี้ ส.ส. มาแบบถล่มทลายได้นั้น เชื่อว่ามีองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ว่า พรรคจะนำประเทศเดินไปข้างหน้าต่อเนื่องและไม่ขัดแย้งกับใครไม่นำบ้านเมืองกลับไปสู่จุดเดิม
 

"ปัจจัยที่คน กทม. เลือกพรรคพลังประชารัฐ ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานมองถึงความไม่ขัดแย้งของประเทศ ต้องการเห็นประเทศเดินต่อไป ไม่อยากเห็น ไม่ต้องการกลับไปสู่ความแตกแยก เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้พี่น้องชาว กทม. ต้องตัดสินใจ ซึ่งก็ให้ความไว้วางใจพรรคพลังประชารัฐ"

อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า เบื้องต้น ต้องรอตัวเลขรายงานจาก กกต. อย่างไม่เป็นทางการในวันนี้ก่อน จึงจะได้เดินหน้าเริ่มดำเนินการในขั้นต่อไป เนื่องจากครั้งนี้มีความยากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะคะแนนไม่ได้จบที่เขต แต่ยังต้องดูเรื่องของรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ทั้งยังมีคะแนนแตกย่อยไปอีกมาก ขอให้เห็นคะแนนที่ชัดเจนกว่านี้เสียก่อน

"ขอทำการบ้านเพื่อความสบายใจ ตอนนี้ขอให้คะแนนนิ่ง เพราะทุกคะแนนมีความหมาย หากได้รับข้อมูลสุดท้ายแล้ว จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงจุดยืนของพรรคต่อไป" ทั้งนี้ ไม่ปฏิเสธว่า ได้มีการหารือพูดคุยกับพรรคอื่น ๆ ซึ่งก็เป็นการแสดงความยินดีระหว่างกันในฐานะที่ทำงานด้วยกันมา

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะดึงพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์ บอกว่า ต้องให้เกียรติกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทางนายอภิสิทธิ์เองก็ได้แถลงลาออก ซึ่งมองว่าเป็นการปลดล็อกพรรคไปแล้วนั้น ตอนนี้ต้องให้เวลากับทางพรรคประชาธิปัตย์ในการหารือพูดคุยกันภายใน ซึ่งต้องรอดูท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ไม่ปฎิเสธว่าระหว่างนี้ได้มีการพูดคุยหารือกับพรรคอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เวลาประมาณ 15.00 น. จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดท่าทีพรรคต่อไป

 

พปชร. ถกบ่าย 3 วันนี้ กำหนดท่าทีจัดตั้งรัฐบาล