thansettakij
thansettakij
"อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

16 มี.ค. 62 | 09:44 น.

"อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรบ.ระดมทุกพรรค376เสียงเลือกนายกฯตัด250สว.สรรหาออกจากระบบ ยุติความขัดแย้ง สร้างประชาธิปไตยแข็งแรง "อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 16 มีค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว " อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวข้อ จุดยืนพรรคภูมิใจไทย โดยมีใจความว่า   1. ถ้าเราเป็นที่ 1 เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเชิญทุกพรรคมาร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามที่ทุกพรรคสัญญาไว้กับประชาชน และสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรง 

ถ้าพรรคภูมิใจไทย ได้ที่ 1 ผมจะเดินไปกราบขอร้องวิงวอน ทุกพรรค ให้มารวมกัน ให้ได้มากกว่า 376 เสียง เพื่อที่นายกรัฐมนตรี จะมาจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่ส.ว. ไม่สามารถมีส่วนชี้นำ กำหนด หรือลงมติ ให้เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของสภาผู้แทนราษฎรได้ 

หลักการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ต้องนำมาใช้ทันที "อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ผมมั่นใจว่าถ้า ผมได้ที่ 1 ผมสามารถทำให้ทุกพรรคประสานงานกัน ร่วมมือกันเป็นรัฐบาลได้ จะเป็นจุดเริ่มต้นการยุติความขัดแย้งของประเทศไทย และป้องกันอำนาจนอกระบบแทรกแซงหรือชี้นำสภาผู้แทนราษฎร ได้ 

2. ถ้าเราไม่ได้เป็นที่ 1 
เราจะไม่จัดรัฐบาลแข่งกับพรรคที่ 1 หรือ พรรคที่ 2 เราเคารพและยอมรับการตัดสินใจของประชาชน

3. ถ้าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเชิญเราร่วมจัดตั้งรัฐบาล เราจะพิจารณา 4 เรื่อง
  1.เทิดทูนสถาบันสูงสุด
  2.ประเทศไทยต้องไม่เดินหน้าสู่ความขัดแย้ง 
   3.รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพบริหารประเทศได้
   4.ประชาชนต้องได้รับการแก้ไขปัญหาปากท้อง เป็นเรื่องแรก "อนุทิน" ประกาศจุดยืนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"ถ้าพิจารณาแล้ว ไม่เป็นไปตาม ข้อ 1-4  ผมก็เป็นฝ่ายค้าน เพราะไม่ต้องการทำร้ายประเทศชาติ และประชาชน เลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญมากประชาชนคือผู้ตัดสินใจกำหนดทิศทางประเทศไทย ให้เดินสู่ความขัดแย้ง หรือเดินออกจากความขัดแย้งผมรักประเทศไทย"นายอนุทิน กล่าว
///

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวในประเด็นการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ระบุว่า นายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งสำคัญกับชาติบ้านเมือง ต้องมาจากการเลือกโดย ส.ส.เท่านั้น ไม่ใช่ว่า มี ส.ส.นิดเดียวแล้วไปหวังพึ่ง ส.ว.แบบนั้น ถึงเป็นนายกฯ ก็บริหารบ้านเมืองลำบาก เพราะต้องแก้ไขปัญหาการเมืองที่ละขยัก 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีคู่ขัดแย้ง เราอยากทำงานให้บ้านเมือง เราพร้อมเป็นตัวกลางประสานแต่ละพรรค แต่ละขั้ว และหวังได้ทำหน้าที่ตรงนั้น 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ใช้งบรัฐหาเสียง นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่ก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น ขอทำงานให้ดีที่สุด 

เหลือ 6 วันสุดท้าย ต้องลงพื้นที่เท่านั้น และต้องคอยระวังไม่ให้คนของพรรคทำเรื่องผิดกฎหมาย มาถึงตอนนี้ เราทำเต็มที่ ผลจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับประชาชนตัดสินใจ 

“ส่วนเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ที่เอ่ยถึงเรื่องความมีเสถียรภาพ พรรคภูมิใจไทยอยากเห็นนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย เท่ากับต้องมีเสียงสนับสนุนใน ส.สเกินกึ่งหนึ่งเพื่อที่จะทำให้นายกฯ ท่านนั้นนำพารัฐนาวาไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

เสียง ส.ส.มันไม่ใช่แค่กึ่งหนึ่ง แต่มันจะต้องมั่นคง การทำงานจะได้สะดวก”

ส่วนกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลชุดหน้าอาจจะอยู่ได้ไม่ครบเทอม นายอนุทิน ระบุว่า เป็นการวิเคราะห์จากสถานการณ์ เนื่องจาก มีกฎเกณฑ์มากมาย มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลายฝ่าย อาจจะต้องปรับตัวในการทำงาน จนคิดว่ารัฐบาลมีอายุ ปีครึ่ง 2 ปีก็เก่งแล้ว พรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอนโยบายที่ทำได้ทันที เข้าไปแล้ว ต้องทำเลย เราจะเสียเวลามาศึกษานโยบายนานๆไม่ได้.