
ปชป.ใช้งบ 3.9แสนล้านสร้างชาติ เปิด10จุดเปลี่ยนอนาคตเศรษฐกิจไทย
“อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคปชป. เปิด นโยบาย 10 จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจสร้างชาติ ใช้งบ 3.9 แสนล้าน "กรณ์" ชี้ไม่เป็นภาระ เหตุวางเป้าหั่นงบฉุกเฉินรัฐบาลคสช.ออก 5 หมื่นล้าน - เข้มมาตรการเก็บภาษีคนรวย
1.ปรับกระบวนทัศน์ด้านเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า "ปิติ" ซึ่งวัดความก้าวหน้าผ่านมิติเศรษฐกิจ, มิติด้านสังคมที่สะท้อนจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมิติด้านสิ่งแวดล้อม แทนการวัดตัวเลขผ่านดัชนีมวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น เพื่อใช้ดัชนีชี้วัด "ปิติ" เป็นฐานที่ให้รัฐบาลวางนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศ
2.เร่งรัดโครงการด้านคมนาคม ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายในพื้นที่กทม. รวมระยะทาง 225 กิโลเมตร นอกจากนั้นจะลดราคาค่าโดยสาร เช่น จากสถานีบางใหญ่ถึงสถานีหัวลำโพง จากราคา 70 บาท ให้เหลือ 43 บาท,
3.ปฏิรูปงานราชการ และภาครัฐ ผ่านการใช้เทคโนโลยียกระดับงานบริการให้กับประชาชน นอกจากนั้นปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ รวมถึงเชื่อมโยงกลุ่มสตาร์ทอัพเข้ากับงานภาครัฐ
4.นโยบายปฏิวัติเขียว เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมของไทยให้มีบทบาทในเวทีโลก อาทิ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้า, ต่อยอดและพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์อุตสาหกรรมอาหาร, เชื้อเพลิง, ยา, อาหารเสริม, เวชสำอาง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้การพัฒนาอุตสาหกรรม จะปรับกองทุนที่มีอยู่ เช่น กองทุนเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้านบาท ให้สอดคล้องกับนโยบาย รวมถึงทำโครงการให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
5.ยกระดับเศรฐกิจสร้างสรรค์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คำนึงถึงประเพณี ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยวางเป้าเศรษฐกิจของประเทศเติบโตเกิน5 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นจะใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ ผ่านการสร้างศูนย์อบรมและให้ความรู้กับประชาชน, ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และ การชมภาพยนตร์
7. ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ประกาศให้เป็น ปีแห่งการแก้หนี้ 3 ประเภท คือ 1.หนี้เกษตรกร จะปรับแนวทางของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ไม่ยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร ซึ่งเข้าโครงการ, แก้ปัญหาหนี้ระบบ โดยความร่วมมือจาก 4 ธนาคารของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธกส. เพื่อนำหนี้นอกระบบกลับเข้าสู่ระบบ เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ร่วมโครงการ 8 แสนราย ,จัดโครงการ หมอหนี้เพื่อให้คำปรึกษากับประชาชนทุกหมู่บ้าน, แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต ผ่านกฎหมาย ซึ่งพรรคยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บัตรเครดิต เสร็จแล้วและเตรียมนำเสนอสู่สภาฯ ทันที
9.ปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงเก็บภาษีจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ ขณะที่แนวทางที่ 10 ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองสุจริตนั้น จะเตรียมเปิดก่อนวันที่ 24 มีนาคม
ทั้งนี้ นายกรณ์ กล่าวขยายความถึงการใช้งบประมาณตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า นโยนบายที่พรรคนำเสนอ จะใช้เงินที่เพิ่มจากงบประมาณ จำนวน 3.9 แสนล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2563 พรรคประเมินว่าจะมีวงเงินงบประมาณโดยรวม 2.7 ล้านล้านบาท โดยมีรายจ่าย โดยรวม 2.9 ล้านล้านบาท ดังนั้นตามนโยบายของพรรคเพื่อแก้จน และสร้างคน จะต้องใช้เงินรวม 5.9 แสนล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถทำได้ โดยไม่ขัดกับกฎหมาย
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับรายได้ที่พรรคจะจัดหา คือ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อลดภาระด้านค่าใช้จ่ายของรัฐบาล , ทบทวนรายจ่ายของรัฐบาล เช่น งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันตั้งงบไว้จำนวน 9 หมื่นล้านบาท จะปรับลด 5 หมื่นล้านบาท รวมถึงทบทวนความซ้ำซ้อนด้านนโยบาย
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวสรุปตอนท้าย โดยเชื่อว่านโยบายที่นำเสนอ จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ประเทศได้ โดยยืนยันว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น และพร้อมทำต่อเนื่องจากสิ่งที่เคยทำ โดยสาระสำคัญคือสร้างโอกาสเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกภูมิภาค และยกระดับการบริหารงานภาครัฐ ปฏิรูประบบการทำงานผ่านเทคโนโลยี






