
คุมเข้ม ศาล รธน. ตั้งทีวี 3 จุด ถ่ายทอดวินิจฉัยยุบ ทษช.?
ศาล รธน. อ่านยุบ-ไม่ยุบ ทษช. วันที่ 7 มี.ค. นี้ ตั้งทีวีถ่ายทอด 3 จุด ส่งตำรวจ 1,500 นาย คุมเข้มความปลอดภัย สั่งจัดรอบมวลชนฟังคำวินิจฉัยไม่เกิน 500 คน "ปรีชาพล-จาตุรนต์" เตรียมนำทีมฟังคำวินิจฉัย
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดเตรียมความพร้อมของสถานที่ในการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในวันที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น. ซึ่งการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้สงวนสิทธิการขอเข้าฟังการคำวินิจฉัยในห้องพิจารณา แต่ได้เตรียมการถ่ายทอดสัญญาณจากห้องพิจารณามาที่จอโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้ง 3 จุด ในบริเวณลานกิจกรรมของศูนย์ราชการ อาคารเอ แยกเป็นสัดส่วน โดย 2 จุด ได้จัดเตรียมไว้ให้สื่อมวลชน ส่วนอีกหนึ่งจุดได้เตรียมให้ประชาชนที่สนใจสามารถรับชมการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้
สำหรับการรักษาความปลอดภัยภายในศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล รวมถึงหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด พร้อมสุนัขตำรวจ ที่จะเข้ามาตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 มี.ค. 2562 พร้อมประกาศปิดลานจอดรถด้านหน้า รวมถึงปิดประตูหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เจ้าหน้าที่ของศาล ผู้สื่อข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้า-ออกโดยใช้ประตูฝั่งทิศตะวันออกหรือฝั่งสำนักงานอัยการสูงสุดเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าออกด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เหมือนทุกครั้ง พร้อมกับกำชับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวจะต้องใช้บัตรสื่อมวลชนในการเข้าพื้นที่เท่านั้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการมาจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกที่บริเวณชั้นล่างของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 6 มี.ค. 2562 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาตรวจสถานที่ด้วยตนเอง และได้เริ่มต้นเดินตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ จากนั้นได้สำรวจกล้องวงจรปิดรอบบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะเข้ามาตรวจสอบห้องวอร์มรูมของตำรวจ บริเวณทางเข้าชั้น 1 ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อสัญญาณกล้องวงจรปิดทุกจุด ทั้งรอบนอกและพื้นที่ชั้นในของศูนย์ราชการ เพื่อตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมาประจำการในวันที่ 7 มี.ค. นี้ ในเรื่องกลุ่มบุคคล ประชาชน ที่จะมาติดตามการอ่านคำวินิจฉัย โดยเฉพาะบริเวณโถงกลางของอาคารเอ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดไว้ ว่า ให้เข้ามาเพียง 500 คน ตามขนาดของพื้นที่ ๆ รองรับได้ หากมีมากกว่านั้น ก็ให้ใช้วิธีกันสลับเข้ามาฟัง
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่มีข้อกังวล หากในวันที่ 7 มี.ค. 2562 ผลการตัดสินคดีมีมติเป็นที่ไม่ถูกใจประชาชนบางกลุ่ม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ขออย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน สำหรับการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น จะมีไม่ต่ำกว่า 1,500 นาย ประกอบด้วย ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจสื่อสาร ชุดอารักขา และควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) กองกำกับการสุนัขตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์กล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพิ่มอีก 70 ตัว
นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง กล่าวว่า เวลาประมาณ 12.00 น. กลุ่มประชาชนคนอยากเลือกตั้งประมาณ 20-30 คน จะเดินทางมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัยคดี กกต. ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยกลุ่มพวกตนจะนัดหมายใส่เสื้อสีเป็นสัญลักษณ์กลุ่มเท่านั้น แต่ไม่มีการถือป้ายข้อความใด ๆ เพราะเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการทำผิดละเมิดศาล
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2562 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณา ว่า การเสนอชื่อแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักชาติเข้าข่ายกระทำการเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติทั้ง 14 คน ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง หรือไม่ และได้คำร้องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 13 ก.พ. 2562 ซึ่งศาลก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2562 พร้อมกับสั่งให้พรรคไทยรักษาชาติยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน ซึ่งทางพรรคไทยรักษาชาติก็ได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลในวันที่ 20 ก.พ. 2562
โดยต่อสู้ใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1) การยื่นเสนอชื่อแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีของพรรคมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีเจตนาพิเศษใด และเป็นไปตามความประสงค์และความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ
2) การยื่นยุบพรรคโดยกล่าวหาว่า พรรคกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ของ กกต. นั้น เป็นตีความที่ผิดไปจากความเป็นจริง
และ 3) การพิจารณามีมติของ กกต. ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยหลังรับคำชี้แจงของพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ก็ได้มีการส่งคำชี้แจงดังกล่าวให้กับ กกต. ได้แก้ข้อกล่าวหาของพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนที่ศาลจะมีการประชุมในวันที่ 27 ก.พ. 2562 โดยศาลได้ตรวจสอบพยานหลักฐานของคู่กรณีและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่วินิจฉัย โดยเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัย จึงไม่ทำการไต่สวนและกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย พร้อมนัดที่จะวินิจฉัยในวันที่ 7 มี.ค. 2562
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 มี.ค. 2562 ก่อนการอ่านคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในเวลา 13.30 น. และนำมติมายกร่างเป็นคำวินิจฉัยที่จะอ่านให้กับคู่กรณีได้รับทราบ ซึ่งก็มีรายงานว่า ในส่วน กกต. นั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ได้รับมอบอำนาจจาก กกต. ให้เป็นผู้ยื่นคำร้องจะเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง เช่นเดียวกับ นายปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ก็จะเดินทางไปพร้อมกับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง และแกนนำพรรคอีกส่วนหนึ่ง
สำหรับผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น หากวินิจฉัยไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ก็จะสามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งได้ปกติ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 176 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 108 คน ยังคงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่จะไม่มีแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีของพรรคไปเสนอต่อประชาชน
แต่หากถูกวินิจฉัยสั่งยุบพรรค จะมีผลให้ผู้สมัครทั้งหมดขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดว่า ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมืองเดียวไม่น้อยกว่า 90 วัน ขณะเดียวกัน กรรมการบริหารพรรคทั้ง 14 คน ก็จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งในกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ว่านานเท่าใด
ขณะเดียวกัน ศาลปกครองกลางได้มีหมายแจ้งไปยัง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2562 นายเรืองไกรได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องของตนที่ขอให้วินิจฉัย ว่า มติยุบพรรคไทยรักษาชาติของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลปกครองกลางนัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ว่า จะรับคดีดังกล่าวไว้พิจาณาหรือไม่ในวันที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 08.30 น.
นายเรืองไกร กล่าวว่า ประเด็นที่ยื่นที่ศาลปกครองเป็นการโต้แย้งพิจารณาสั่งยุบพรรค ทษช. ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย หากในวันที่ 7 มี.ค. 2562 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับคำฟ้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย ก็จะนำคำสั่งดังกล่าวไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ระงับการพิจาณาลงมติในคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติไว้ จนกว่าศาลปกครองจะพิจารณาคำร้องของตนเสร็จสิ้น
● ศาลปกครองสูงสุดตีตกคำร้อง 'เรืองไกร' ฟ้อง กกต. ปมยุบ ทษช.






