
‘เพื่อชาติ’ ส่อแตก
เพราะเดินเกม ผิดทำให้ “ไทยรักษาชาติ” พรรคเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ต้องติดบ่วงทางการเมือง กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในขณะที่ “เพื่อชาติ” ซึ่งถูกวางให้เป็น “อะไหล่สำรอง” ก็มีอาการส่อวงแตก
รอยร้าวภายในพรรคเพื่อชาติเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ปฏิทินและแผนงานต่างๆ ของพรรคเพื่อชาติซึ่งถูกจัดวางเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเดินสายตั้งเวทีปราศรัยทั่วประเทศ มีกลยุทธ์สำคัญที่ต้องให้ยงยุทธ ติยะไพรัช พร้อมด้วย จตุพร พรหมพันธุ์ ควงคู่กันขึ้นเวที
ตรงกันข้ามเพราะนอกจากจะไม่เคยปรากฏภาพของทั้งคู่บนเวทีร่วมกันแล้ว ยงยุทธ ก็ไม่เคยไปปรากฏตัวที่พรรคหลังจากนั้นเช่นกัน
ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางพรรคเพื่อชาติประสบปัญหาความขัดแย้งกันเองของคนในพรรคเรื่องการจัดทำลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่หลายคนเห็นตรงกันว่า สายของ จตุพร นั้นคุมเบ็ดเสร็จ จุดแตกหักสำคัญที่ทำให้ “โสภณ เพชรสว่าง” และ “พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” ประกาศลาออกจากกรรมการบริหารพรรค พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ให้พรรคเพื่อชาติได้ตื่นเต้นกันด้วยว่า ได้แจ้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคว่า ไม่ชอบต่อกฎหมาย ท่ามกลางกระแสหนาหูช่วงนั้นว่า มีการจ่ายเงินซื้อลำดับปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคสูงถึง 15 ล้านบาท
วันนี้พรรคเพื่อชาติแตกออกเป็น 2 ขั้ว ระหว่างกลุ่ม ของ ยงยุทธ และกลุ่มจตุพร อย่างชัดเจน
โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาในห้องกลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรคเพื่อชาติ ที่ชี้แจงความเคลื่อนไหวของพรรค มีสมาชิกกว่า 200 คน ทั้งผู้สื่อข่าว ช่างภาพทั้งไทยและเทศ คณะทำงานฝ่ายสื่อของพรรคและสมาชิกพรรคบางส่วน ช่วงบ่ายของวันนั้น มีการแจ้งกำหนดการเวทีดีเบตในหัวข้อ “3 สัญญาทำทันที” พบว่า มีชื่อของ จตุพร ผู้ช่วยหาเสียง โดยจะไปร่วมดีเบตกับหัวหน้าพรรค แกนนำ และสมาชิกพรรคต่างๆ อีก 10 ราย
ต่อมาในเวลา 14.30 น. ศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคซึ่งทราบกันว่า ใกล้ชิดสนิทสนมกับ ยงยุทธ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในกลุ่มไลน์ ระบุว่า อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.วางแนวไว้ว่า ผู้ร่วมดีเบตได้ คือบุคคลที่พรรคเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ในนามพรรค หัวหน้าพรรค หรือสมาชิกพรรค เกิดการตั้งข้อสังเกตตามมาว่า แล้วผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามไม่ให้เข้าร่วมในเวทีดีเบต ไม่กี่นาทีต่อมาศักดา เข้ามาแสดงความเห็นอีกครั้ง พร้อมทั้งแคปภาพความคิดเห็นของประธานกกต. ที่ได้ชี้แจงหลักการระเบียบการหาเสียงไว้
จากนั้น รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคซึ่งมักร่วมอยู่ในคณะเดินสายหาเสียงร่วมกับคณะจตุพร ได้ลบศักดา ออกจากกลุ่มโดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดใดๆ แต่ได้ไลน์ชี้แจงส่วนตัวกับศักดา
ช่วงเย็นของวันเดียวกันที่ลานคนเมือง จตุพร ได้ชี้แจงตอบโต้เรื่องนี้ว่า การเปิดเวทีดีเบตอยู่ที่ผู้จัดติดต่อประสานงานมาว่า ต้องการมุมมองของใคร ไม่เห็นมีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาทั้งตน สงคราม (กิจเลิศไพโรจน์) หัวหน้าพรรค ได้รับการทาบทามเชิญไปร่วมดีเบตหลายรายการ ใครเชิญมาก็ไปร่วม ซึ่งพรรคเพื่อชาติไม่ได้เสนอแคนดิเดตนายกฯ การไปร่วมเวทีดีเบตคงอยู่ที่ความพอใจของผู้จัดว่า จะเชิญใครไปออกรายการ
หลายครั้งระหว่างหาเสียงช่วยพรรค จตุพร สะท้อนความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในพรรคเอาไว้ชนิดที่เรียกว่า “ยอมหักไม่ยอมงอ” เช่น กรณีที่ พ.ต.ท. สมชาย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ที่อ้างว่าได้แจ้งกับ กกต.เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไม่ชอบต่อกฎหมาย ถ้าผิดตามข้อกล่าวหาก็ยุบพรรค รวมถึงเรื่องซื้อขายลำดับบัญชีรายชื่อ
จตุพร ยังตัดพ้อเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของพรรคที่ไร้การเหลียวแลว่า พรรคเพื่อชาติ เป็นตระกูลเพื่อที่ไม่มีเงิน เป็นตระกูลเพื่อที่อยู่ในซีกของพรรคกระยาจก กระจอกงอกง่อยที่สุด ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งติดป้ายได้ทั้งประเทศ จะมีอะไรกระจอกได้เท่านี้อีกแล้ว..
นี่คือร่องรอยปัญหาภายใน“พรรคเพื่อชาติ”ที่รอเวลา“แตกหัก”?
รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3450 ระหว่างวันที่ 7 - 9 มีนาคม 2562






