
'สุวัจน์' ไม่ติดใจตั้ง "บิ๊กป้อม" คัดสรร ส.ว. เชื่อทุกอย่างเป็นไปตามกลไก รธน.
'สุวัจน์' ลากลำโพงหาเสียงย่านตลาดไท ช่วยผู้สมัครปทุมธานี ไม่ติดใจตั้ง 'ประวิตร' คัดสรร ส.ว. เชื่อสังคมตัดสิน หลังแต่งตั้ง ส.ว. เข้ามาทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม สมกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา พรรคชาติพัฒนา ลงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี หาเสียงย่านตลาดไท พร้อมย้ำนโยบายพัฒนาปทุมธานีตามรอยน้าชาติ เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า ภาคสอง เพราะพรรคการเมืองมีหน้าที่เสนอนโยบาย ส่วนการจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนที่หลายผลโพลสำรวจหลายสำนัก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในดวงใจนั้น นายสุวัจน์ ระบุว่า ก็ต้องหาเสียง เยี่ยมเยียนประชาชน หยิบยกนโยบาย ทำให้ประชาชนเห็นว่า ทำไมต้องเลือกพรรคชาติพัฒนา ซึ่งมีจุดแข็งอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ การไม่มีปัญหากับใคร ไม่ขัดแย้งทางการเมือง และนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องยั่งยืน มั่นคง ดูแลเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตัวเลือกแคนดิเดตนายกฯ เยอะ พรรคการเมืองก็เยอะ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประชาชน
ส่วนการที่หลายพรรคการเมืองออกมา ตื่นตัววิพากษ์วิจารณ์ กระบวนการคัดเลือก ส.ว. หลังตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคัดสรร นายสุวัจน์ เชื่อว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องมีคณะกรรมการสรรหา คิดว่าขณะนี้สังคมได้แสดงความคิดเห็นและได้ติดตามประเด็นเหล่านี้ ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการสรรหา ส.ว. เองก็คงรับทราบอยู่ แต่ที่สำคัญ ตนมองว่า อยู่ที่ปลายทางว่า เมื่อได้ ส.ว. มาแล้ว จะปฎิบัติหน้าที่อย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลอยู่ 5 ปี ในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ดังนั้น บทบาทของ ส.ว. ก็จะมีบทบาทพิเศษ ดังนั้น ผู้ที่ได้คัดสรรก็ต้องเข้าใจในจุดนี้ เพราะสังคมคาดหวังและติดตาม ส่วนตัวเชื่อว่า ดุลพินิจ ส.ว. สำคัญมากในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของ ส.ว. เมื่อได้รับการแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่ให้เกิดการยอมรับ สมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา พรรคชาติพัฒนา ลงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี หาเสียงย่านตลาดไท พร้อมย้ำนโยบายพัฒนาปทุมธานีตามรอยน้าชาติ เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า ภาคสอง เพราะพรรคการเมืองมีหน้าที่เสนอนโยบาย ส่วนการจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนที่หลายผลโพลสำรวจหลายสำนัก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในดวงใจนั้น นายสุวัจน์ ระบุว่า ก็ต้องหาเสียง เยี่ยมเยียนประชาชน หยิบยกนโยบาย ทำให้ประชาชนเห็นว่า ทำไมต้องเลือกพรรคชาติพัฒนา ซึ่งมีจุดแข็งอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ การไม่มีปัญหากับใคร ไม่ขัดแย้งทางการเมือง และนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องยั่งยืน มั่นคง ดูแลเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตัวเลือกแคนดิเดตนายกฯ เยอะ พรรคการเมืองก็เยอะ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประชาชน
ส่วนการที่หลายพรรคการเมืองออกมา ตื่นตัววิพากษ์วิจารณ์ กระบวนการคัดเลือก ส.ว. หลังตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคัดสรร นายสุวัจน์ เชื่อว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องมีคณะกรรมการสรรหา คิดว่าขณะนี้สังคมได้แสดงความคิดเห็นและได้ติดตามประเด็นเหล่านี้ ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการสรรหา ส.ว. เองก็คงรับทราบอยู่ แต่ที่สำคัญ ตนมองว่า อยู่ที่ปลายทางว่า เมื่อได้ ส.ว. มาแล้ว จะปฎิบัติหน้าที่อย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลอยู่ 5 ปี ในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ ดังนั้น บทบาทของ ส.ว. ก็จะมีบทบาทพิเศษ ดังนั้น ผู้ที่ได้คัดสรรก็ต้องเข้าใจในจุดนี้ เพราะสังคมคาดหวังและติดตาม ส่วนตัวเชื่อว่า ดุลพินิจ ส.ว. สำคัญมากในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของ ส.ว. เมื่อได้รับการแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่ให้เกิดการยอมรับ สมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ






