
กกต. ยื่นแจงยุบ "ทษช." ยันใช้หลักฐานอันควรเชื่อ-ไม่ต้องตั้งทีมไต่สวน
กกต. ยื่นคำชี้แจงต่อศาล รธน. แก้ข้อกล่าวหายุบพรรค ทษช. ยัน! ใช้หลักฐานอันควรเชื่อ ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ไม่จำเป็นต้องตั้ง คกก.ไต่สวน ประสานอัยการช่วยกระบวนการคดียุบพรรค "ไทยรักษาชาติ"
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมพิจารณาจัดทำคำคัดค้าน คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กรณีก่อนหน้านี้ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายกระทำการเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้าข่ายความผิดมาตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำคำคัดค้านและคำชี้แจงของ กกต. ดังกล่าว เนื่องจากหลังพรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. และทางศาลรัฐธรรมนูญได้จัดส่งคำชี้แจงของพรรคไทยรักษาชาติมาให้ กกต. เพื่อพิจารณาแก้ข้อกล่าวหา ซึ่ง กกต. ก็ได้จัดทำคำคัดค้าน คำชี้แจงยืนยันว่า การมีมติ กกต. ยื่นคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ตามที่มาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนด กกต. จึงไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน
ทั้งนี้ ได้ส่งคำคัดค้านและคำชี้แจงดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก่อนที่ศาลจะพิจารณาคดีในวันที่ 27 ก.พ. นี้ เวลา 13.30 น.
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในส่วนของพรรคไทยรักษาชาติหลังยื่นคำชี้แจงไปแล้ว พรรคยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญ ว่า จะให้พยานคนใดที่พรรคขอให้ศาลนำสืบเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ดังนั้น ในการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 27 ก.พ. จะไม่มีกรรมการบริหารพรรค หรือ สมาชิกรายใด เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการพิจารณาคดีดังกล่าวของที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 27 ก.พ. จะเป็นการพิจารณาในรายละเอียดของคำร้องของ กกต. คำชี้แจงพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่พรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นคำคัดค้านแก้ข้อกล่าวหา กกต. จากนั้นศาลจึงจะมีมติว่าจะดำเนินขั้นตอนการพิจารณาอย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดียุบพรรคไทยรักษาในวันที่ 27 ก.พ. ว่า ยังไม่ทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้มีการไต่สวนหรือไม่ ต้องรอฟัง แต่เบื้องต้น กกต. มีมติให้สำนักงานฯ ประสานไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้ส่งอัยการมาช่วยดำเนินการการพิจารณาของศาล ตามมาตรา 93 วรรค 3 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมพิจารณาจัดทำคำคัดค้าน คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กรณีก่อนหน้านี้ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายกระทำการเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้าข่ายความผิดมาตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำคำคัดค้านและคำชี้แจงของ กกต. ดังกล่าว เนื่องจากหลังพรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. และทางศาลรัฐธรรมนูญได้จัดส่งคำชี้แจงของพรรคไทยรักษาชาติมาให้ กกต. เพื่อพิจารณาแก้ข้อกล่าวหา ซึ่ง กกต. ก็ได้จัดทำคำคัดค้าน คำชี้แจงยืนยันว่า การมีมติ กกต. ยื่นคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ตามที่มาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนด กกต. จึงไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน
ทั้งนี้ ได้ส่งคำคัดค้านและคำชี้แจงดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก่อนที่ศาลจะพิจารณาคดีในวันที่ 27 ก.พ. นี้ เวลา 13.30 น.
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในส่วนของพรรคไทยรักษาชาติหลังยื่นคำชี้แจงไปแล้ว พรรคยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญ ว่า จะให้พยานคนใดที่พรรคขอให้ศาลนำสืบเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ดังนั้น ในการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 27 ก.พ. จะไม่มีกรรมการบริหารพรรค หรือ สมาชิกรายใด เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการพิจารณาคดีดังกล่าวของที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 27 ก.พ. จะเป็นการพิจารณาในรายละเอียดของคำร้องของ กกต. คำชี้แจงพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่พรรคไทยรักษาชาติได้ยื่นคำคัดค้านแก้ข้อกล่าวหา กกต. จากนั้นศาลจึงจะมีมติว่าจะดำเนินขั้นตอนการพิจารณาอย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดียุบพรรคไทยรักษาในวันที่ 27 ก.พ. ว่า ยังไม่ทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้มีการไต่สวนหรือไม่ ต้องรอฟัง แต่เบื้องต้น กกต. มีมติให้สำนักงานฯ ประสานไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้ส่งอัยการมาช่วยดำเนินการการพิจารณาของศาล ตามมาตรา 93 วรรค 3 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง






