
"ภาดาท์ วรกานนท์" อาสาผลักดันไอเดียใหม่ "สู้ฝุ่น" กทม.
"ภาดาท์ วรกานนท์" หรือ "วัน" ชื่อนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะนอกจากมีบทบาทโดดเด่นในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในสัดส่วนของนักการเมืองรุ่นใหม่ คุณพ่อ "นิรุฬ วรกานนท์" ก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่น เพราะการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว จึงไม่แปลกที่เธอตัดสินใจลงสนามการเมือง กทม. เขต 6 ราชเวที พญาไท จตุจักร (แขวงจตุจักรและแขวงจอมพล)
➣ คนรุ่นใหม่ ต้อง "ไอเดีย" ใหม่
"ภาดาท์" เริ่มบทสนทนากับ "ฐานเศรษกิจ" ว่า ถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่ควรเข้ามามีบทบาทกับการบริหารประเทศ เพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนเร็วมากจริง ๆ คำว่า "คนรุ่นใหม่" ไม่ได้แปลว่า อายุน้อย แต่หมายถึง คนที่มีความรู้ ความคิดใหม่ ๆ คนที่เข้าใจ และเท่าทันโลก
ส่วนที่ตัดสินใจเลือกพรรค พปชร. นั้น เพราะเป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่มีประสบการณ์การทำงานในหลากหลายอาชีพได้มารวมตัวกัน โดยเปิดโอกาสให้คิดและเสนอแนวทางพัฒนาประเทศในแบบของเรา โดยไอเดียของเราสามารถพัฒนาไปเป็นนโยบายของพรรคต่อไป
หลังจากได้ลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ "วัน" บอกว่า ผลตอบรับดีมาก พี่ ๆ น้อง ๆ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี มีความน่ารักเป็นกันเอง และหลาย ๆ ท่านก็บอกว่า ดีใจที่มีคนใหม่มา จะได้มีอะไรใหม่ ๆ มาเปลี่ยนแปลงในพื้นที่บ้าง นอกจากนี้ ยังสอบถามปัญหาต่าง ๆ หรือ สิ่งที่ต้องการพัฒนาแก้ไข ทำให้เรารู้สึกว่า คนที่นี่เขาต้องการคนที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่จริง ๆ หากเรามีความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจจริง เขาก็พร้อมที่จะให้โอกาสเราแน่นอน
➣ มาตรการสู้ฝุ่น "กทม"
"วัน" บอกว่า อยากนำความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมมาช่วยผลักดันแก้ไขหลาย ๆ ปัญหาในชุมชนให้เป็นรูปธรรมขึ้นจริง โดยนโยบายสู้ฝุ่น กทม. ของ พปชร. ได้กำหนดมาตรการออกเป็นทั้งระยะสั้นและระยะยาว
มาตรการสู้ฝุ่นระยะสั้น อาทิ ข้าราชการให้ทำงานที่บ้าน, กระทรวงพาณิชย์ออกกฎหมายให้เครื่องฟอกอากาศแผ่นกรองอากาศและหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องออกหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ดูแลกลุ่มเสี่ยงและแจกหน้ากากอนามัย ควบคู่ไปด้วยกัน
ในด้านการใช้กฎหมายก็ต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ว่าต้องดับเครื่องขณะจอดรถ รถมีควันดำต้องไม่วิ่ง และสั่งปิดโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนมาตรการระยะยาว เช่น รถเก่าแลกรถใหม่, เพิ่มพื้นที่สีเขียว 100% กทม. 50 เขต 50 สวน ตลอดจนผลักดันให้ปลูกต้นไม้ล้านต้น
➣ อยากหยุดการเมืองแบบ "วาทกรรม"
ในมุมมองของ "วัน" ต่อปัญหาทางการเมือง เธอสะท้อนความเห็นว่า บ้านเมืองเดินผ่านความขัดแย้งแตกแยกมามากพอแล้ว หยุดการเมืองแบบโต้วาทีหรือวาทกรรมได้แล้ว แล้วให้โอกาสคนที่มีความรู้ มีความมุ่งมั่น เข้ามาบริหารประเทศดีกว่า เพราะวาทกรรมไม่ได้ช่วยให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เลย ทางออกสำหรับประชาชนวันนี้ คือ เลือกพรรคที่มีบุคลากรที่จะทำงานได้จริง ไม่ใช่เข้ามาเล่นการเมืองแบบเดิม ๆ ส่วนตัวมองว่า หากเลือกพรรคเดิม ๆ ความขัดแย้งเดิม ๆ ก็คงจะกลับมาอีก
"การเมือง ก็คือ งานอาชีพหนึ่ง เราตั้งใจเข้ามาทำงาน อยากนำความรู้ สติและปัญญา มาบริหารบ้านเมือง ดังนั้น เราไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ได้คิดมาแย่งผลประโยชน์และอำนาจอะไรจากใคร ทำแบบนั้นไม่เป็นด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องที่คนตั้งข้อสงสัยว่า พปชร. จะเป็นพรรคเฉพาะกิจเพื่อสืบทอดอำนาจไหม ถ้ารัฐบาลนี้อยากสืบทอดอำนาจเขาคงไม่ให้มีการจัดการเลือกตั้ง แบบนั้นน่าจะง่ายกว่าไหม พรรค พปชร. อยากขอเสนอตัวเป็นพรรคทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาถึงคุณภาพของผู้สมัครและทีมบริหารของพรรค และทุกคนมีความตั้งใจมาก ๆ ค่ะ ไม่ฉาบฉวยและไม่ใช่แค่เฉพาะกิจอย่างแน่นอน"
"ภาดาท์" ให้มุมมองเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า การทำงานแบบมีผู้นำที่ตัดสินใจรวดเร็วและเด็ดขาดก็ทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้เร็วนะคะ บางทีประเทศไทยเราอาจจะเหมาะแบบนี้ในบางช่วงของสถานการณ์ หรือ บางเรื่องของปัญหา เช่น ปัญหายาเสพติด เจ้าหนี้นอกระบบ ปัญหาผู้บุกรุกพื้นที่ต่าง ๆ
ทั้งหมดเป็นมุมมองจากนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่เก๋าด้านสิ่งแวดล้อม ที่ชื่อ "ภาดาท์ วรกานนท์"






