
คสช. เดินหน้าดูแล ปชช. ตามพระราโชบาย
คสช. มอบหน่วยทหารสนับสนุนพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกพื้นที่ ย้ำ! เดินหน้าดูแล ปชช. อย่างบูรณาการตามพระราโชบาย พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยให้เอื้อต่อการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันจะเข้มมาตรการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. วันนี้ (25 ก.พ.) ซึ่งมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองเลขาธิการ คสช. เป็นประธาน ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ของจังหวัดในพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ เพื่อเตรียมทำน้ำอภิเษก โดยมอบหมายให้มณฑลทหารบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ให้การสนับสนุนการเตรียมการของทุกจังหวัดอย่างเต็มความสามารถในทุกพื้นที่ รวมทั้งในจังหวัดที่ไม่มีหน่วยทหารตั้งอยู่ด้วย เพื่อให้การเตรียมการที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติ พร้อมกำชับให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติตามพระราโชบายในเรื่องการดูแลประชาชนอย่างบูรณาการในทุกภารกิจ โดยเฉพาะงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยที่ได้มีการฝึกวางแผนเตรียมการและการปฏิบัติร่วมกันมาแล้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจากการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน ถือว่า ดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย จึงขอให้สานต่อการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการขยายผลงานบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนเป็นไปตามพระราโชบายอย่างเคร่งครัดด้วย
ในปัจจุบัน ทุกส่วนราชการกำลังร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ได้แก่ การแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันและปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ การซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก" ในภาคใต้ การช่วยเกษตรกรไร่อ้อยเก็บเกี่ยวผลผลิต การเข้าคลี่คลายสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.ลำปาง รวมถึงขอให้เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อดูแลประชาชนไว้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 เร่งรัดการดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ตามความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีด้วย พร้อมมอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และมณฑลทหารบก ใช้กลไกที่มีอยู่สนับสนุนและประสานการปฏิบัติร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาภัยพิบัติในทุกพื้นที่อย่างเต็มขีดความสามารถด้วย
รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังได้ย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยและส่วนราชการต่าง ๆ ในการรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อย เพื่อเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการติดตามข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในภาพรวม หากพบมีข้อมูลที่บิดเบือน หรือเป็นเท็จให้ส่วนราชการ เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบ รวมถึงการแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย
การประชุมในวันนี้ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ดำเนินการเข้มงวดในมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เน้นการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ค้าที่มีพฤติกรรมละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงการแจ้งเตือนและสร้างการยอมรับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นการช่วยส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงต่อไป
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. วันนี้ (25 ก.พ.) ซึ่งมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองเลขาธิการ คสช. เป็นประธาน ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ของจังหวัดในพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ เพื่อเตรียมทำน้ำอภิเษก โดยมอบหมายให้มณฑลทหารบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ให้การสนับสนุนการเตรียมการของทุกจังหวัดอย่างเต็มความสามารถในทุกพื้นที่ รวมทั้งในจังหวัดที่ไม่มีหน่วยทหารตั้งอยู่ด้วย เพื่อให้การเตรียมการที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติ พร้อมกำชับให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติตามพระราโชบายในเรื่องการดูแลประชาชนอย่างบูรณาการในทุกภารกิจ โดยเฉพาะงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยที่ได้มีการฝึกวางแผนเตรียมการและการปฏิบัติร่วมกันมาแล้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจากการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน ถือว่า ดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย จึงขอให้สานต่อการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการขยายผลงานบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนเป็นไปตามพระราโชบายอย่างเคร่งครัดด้วย
ในปัจจุบัน ทุกส่วนราชการกำลังร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ได้แก่ การแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันและปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ การซ่อมสร้างบ้านผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก" ในภาคใต้ การช่วยเกษตรกรไร่อ้อยเก็บเกี่ยวผลผลิต การเข้าคลี่คลายสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.ลำปาง รวมถึงขอให้เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อดูแลประชาชนไว้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 เร่งรัดการดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก ตามความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีด้วย พร้อมมอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และมณฑลทหารบก ใช้กลไกที่มีอยู่สนับสนุนและประสานการปฏิบัติร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาภัยพิบัติในทุกพื้นที่อย่างเต็มขีดความสามารถด้วย
รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังได้ย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยและส่วนราชการต่าง ๆ ในการรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อย เพื่อเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการติดตามข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในภาพรวม หากพบมีข้อมูลที่บิดเบือน หรือเป็นเท็จให้ส่วนราชการ เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบ รวมถึงการแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย
การประชุมในวันนี้ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ดำเนินการเข้มงวดในมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เน้นการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ค้าที่มีพฤติกรรมละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงการแจ้งเตือนและสร้างการยอมรับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นการช่วยส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงต่อไป






