thansettakij
thansettakij
"กกต." ติวเข้ม 78 พรรคการเมือง ทำบัญชีใช้จ่ายการเลือกตั้ง

"กกต." ติวเข้ม 78 พรรคการเมือง ทำบัญชีใช้จ่ายการเลือกตั้ง

25 ก.พ. 62 | 06:21 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 62 | 16:43 น.
กกต. ติวเข้ม 78 พรรคการเมือง ทำบัญชีใช้จ่ายการเลือกตั้ง ทำกฎหมายซับซ้อน หยุมหยิมปฏิบัติยาก ต้องละเอียด พลาดมีโทษ จ่อประเมินผล ชงแก้กฎหมาย ไม่ให้เป็นภาระ

5888
วันนี้ (25 ก.พ. 62) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธาน เปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำบัญชีแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมือง โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมือง 78 พรรค ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติของสำนักงาน กกต. รวม 432 คน เข้าร่วมการประชุม

นายอิทธิพร กล่าวว่า การจัดทำบัญชีรับ-จ่ายของพรรคการเมืองเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างน้อยต้องประกอบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงรายจ่ายค้างชำระ โดยเอกสารจะต้องถูกต้องครบถ้วน เป็นไปตามความเป็นจริง ทั้งนี้ กกต. ได้ออกระเบียบและวิธีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตลอดจนวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง จึงขอให้พรรคการเมืองศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้ กกต. ได้จัดบรรยายถึงวิธีการจัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งมีทีมวิทยากรจากกรมบัญชีกลางและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมาบรรยายทำความเข้าใจอย่างละเอียด


5887

ด้าน นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กฎหมายเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเปลี่ยนแปลงไปมาก เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ ซึ่ง กรธ. ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่าย การดำเนินกิจการทางการเมืองต้องใช้ทุน แต่ทุนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงออกกฎหมายให้ กกต. เน้นตรวจสอบการใช้เงินระหว่างการเลืองตั้ง โดย กกต. สามารถร้องขอให้กรมบัญชีกลาง หรือ สำนักงานตรวจสอบบัญชี เข้าไปตรวจสอบบัญชีพรรคการเมืองระหว่างการเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้พรรคการเมืองชี้แจงที่มาของเงิน วิธีการใช้จ่ายเงิน และการรายงานงบการเงินประจำปี โดยการบันทึกค่าใช้จ่ายผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องมีความรู้พื้นฐานจากวิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้ามเป็นฐานคิดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง โดยค่าใช้จ่ายถูกกำหนดไว้ที่ 1.5 ล้านบาท เขตใหญ่ขึ้น แต่เงินเท่าเดิม ในส่วนของพรรค 35 ล้านบาท ถ้าค่าใช้จ่ายเกินจะมีปัญหา กรณีนำพ่อแม่ ลูกเมีย ญาติพี่น้องมาเป็นผู้ช่วยหาเสียง หรือ กรณีป้ายหาเสียงถูกทำลาย แล้วทำป้ายใหม่ไปติดทดแทน ต้องนำไปคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่ ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องศึกษาให้ดี เพราะหากทำไม่ถูก ต้องมีโทษ

นายแสวง กล่าวอีกว่า กฎหมายกำหนดค่าใช้จ่ายเป็น 3 ประเภท 1) ค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร 1.5 ล้านบาท เริ่มนับตั้งแต่วันที่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง จนถึงวันเลือกตั้ง, 2) ค่าใช้จ่ายตามประเพณี เงินทำบุญ เกิน 3,000 บาท ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย รวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เริ่มนับหลังการเลือกตั้ง หรือ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ไปจนครบวาระ ซึ่งเป็นภาระของผู้สมัคร สมมุติดำรงตำแหน่งวาระ 3 ปี ใช้จ่ายไป 1 ล้านบาท การหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเหลือแค่ 5 แสนบาท ส่วนกรณีเป็นการทำบุญนอกเขตเลือกตั้งจะนับเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค เช่น การมอบรางวัลในงานต่อยมวย ใครไปบริจาคอะไรไว้ต้องลงบันทึก ถ้าตกหล่นแล้ว สำนักงาน กกต. เห็นเองจะบันทึกให้ หากค่าใช้จ่ายเกิน 1.5 ล้านบาท ครั้งหน้าจะไม่ได้เป็น ส.ส. สำหรับค่าใช้จ่ายประเภทที่ 3 เป็นเงินที่พรรคสามารถบริจาคให้ผู้สมัคร คล้ายเงินสนับสนุนผู้สมัคร ซึ่งเริ่มนับแต่วันที่มี พ.ร.ฎ. จนถึงวันเลือกตั้ง

"กฎหมายสลับซับซ้อนดังกล่าวเป็นปัญหาทางธุรการของพรรคและสำนักงาน กกต. ซึ่งต้องยอมรับว่า ระเบียบหยุมหยิมปฏิบัติยาก กกต. ไม่อยากทำ แต่กฎหมายเขียนให้ทำ ทั้งจำนวนป้าย ขนาดป้าย และสถานที่ปิดประกาศ หลังจากนี้ กกต. จะประมวลผลว่า ระเบียบต่าง ๆ ว่า สร้างภาระให้กับพรรคการเมืองและสำนักงาน กกต. อย่างไร สิ่งที่ได้มาตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ต้องการให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ ในอนาคตอาจต้องเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องใช้ระเบียบนี้ไปก่อน"

090861-1927-9-335x503-8-335x503-13-335x503
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics