
"ศรีสุวรรณ" ยื่น กกต. ชงศาล รธน. ยุบพรรค 'อนาคตใหม่'
"ศรีสุวรรณ" ยื่น กกต. ชงศาล รธน. ยุบพรรคอนาคตใหม่ เหตุอุปโลกน์ประวัติ 'ธนาธร' - 'ปิยบุตร' หาเสียงดูหมิ่นคนอีสาน เข้าข่ายหลอกลวง-ใส่ร้าย ทำเลือกตั้งไม่สุจริต
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำโดย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กระทำการต้องห้ามตามมาตรา 73(5) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 159 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2560
โดย นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่เผยแพร่ประวัติของนายธนาธร หัวหน้าพรรค ว่า เคยเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 สมัย ทั้งที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นการอุปโลกน์ข้อมูลดังกล่าวขึ้น โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งรวมสมาชิกที่เป็นผผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งประเทศนับแสนคน ใครมาเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมย่อมมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่รู้กันในภาคเอกชน ว่า จะมีโอกาสได้รับเลือกให้ไปดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานของรัฐ หรือ ภาคเอกชนอื่นมากมาย การที่พรรคอนาคตใหม่นำเสนอว่า หัวหน้าพรรคเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึง 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2551-2555 จึงเป็นการหลอกลวงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เข้าใจผิดในข้อมูลข้อเท็จจริง มีโทษตามมาตรา 159 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
"การจะอ้างว่า ไม่เจตนา ต้องดูองค์ประกอบปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน พรรคได้รับการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมืองตั้งแต่ 3 ต.ค. 2561 และเว็บไซต์ของพรรคก็นำเสนอข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่นั้น จนกระทั่งมีผู้ไปค้นพบว่า ข้อมูลที่นำเสนอไม่ใช่ข้อเท็จจริง แล้วจึงค่อยมีการแก้ไขเมื่อ 20 ก.พ. 2562 ระยะเวลากว่า 5 เดือน ที่ปรากฎข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ของพรรค จึงเป็นการชี้ชัดว่า มีเจตนาต้องการที่จะสื่อข้อมูลเหล่านั้นให้กับผู้บริโภค ดังนั้น การจะอ้างว่า ไม่มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลเหล่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอ"
นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบกรณี นายปิยบุตร เลขาธิการพรรค ที่ไปปราศรัยที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2562 และวันที่ 18 ก.พ. 2562 ได้มีการนำข้อมความมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะว่า หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่มร่วมมือกันในการที่จะทำให้คนอีสานเป็นตัวตลกและไม่มีความรู้ คำพูดในลักษณะนี้เป็นการสื่อความหมายดูหมิ่นดูแคลนใส้ไคล้คนอีสาน หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่ม ซึ่งไม่เป็นข้อเท็จจริง จึงเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ เข้าข่ายผิดตามมาตรา 73 (5) เช่นเดียวกัน
การกระทำของบุคคลทั้งสองเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ยังอาจมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 132 กำหนดว่า กรณีปรากฎหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำมีส่วนรู้เห็น หรือ ปล่อยปละละเลยให้ผู้สมัครของพรรค กระทำการอันอาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นได้ จึงขอให้ กกต. พิจารณาในประเด็นดังกล่าวด้วย
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำโดย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กระทำการต้องห้ามตามมาตรา 73(5) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 159 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2560
โดย นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่เผยแพร่ประวัติของนายธนาธร หัวหน้าพรรค ว่า เคยเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 สมัย ทั้งที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นการอุปโลกน์ข้อมูลดังกล่าวขึ้น โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งรวมสมาชิกที่เป็นผผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งประเทศนับแสนคน ใครมาเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมย่อมมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่รู้กันในภาคเอกชน ว่า จะมีโอกาสได้รับเลือกให้ไปดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานของรัฐ หรือ ภาคเอกชนอื่นมากมาย การที่พรรคอนาคตใหม่นำเสนอว่า หัวหน้าพรรคเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยถึง 2 สมัย ตั้งแต่ปี 2551-2555 จึงเป็นการหลอกลวงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เข้าใจผิดในข้อมูลข้อเท็จจริง มีโทษตามมาตรา 159 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
"การจะอ้างว่า ไม่เจตนา ต้องดูองค์ประกอบปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน พรรคได้รับการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมืองตั้งแต่ 3 ต.ค. 2561 และเว็บไซต์ของพรรคก็นำเสนอข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่นั้น จนกระทั่งมีผู้ไปค้นพบว่า ข้อมูลที่นำเสนอไม่ใช่ข้อเท็จจริง แล้วจึงค่อยมีการแก้ไขเมื่อ 20 ก.พ. 2562 ระยะเวลากว่า 5 เดือน ที่ปรากฎข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ของพรรค จึงเป็นการชี้ชัดว่า มีเจตนาต้องการที่จะสื่อข้อมูลเหล่านั้นให้กับผู้บริโภค ดังนั้น การจะอ้างว่า ไม่มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลเหล่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอ"
นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบกรณี นายปิยบุตร เลขาธิการพรรค ที่ไปปราศรัยที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2562 และวันที่ 18 ก.พ. 2562 ได้มีการนำข้อมความมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะว่า หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่มร่วมมือกันในการที่จะทำให้คนอีสานเป็นตัวตลกและไม่มีความรู้ คำพูดในลักษณะนี้เป็นการสื่อความหมายดูหมิ่นดูแคลนใส้ไคล้คนอีสาน หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่ม ซึ่งไม่เป็นข้อเท็จจริง จึงเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ เข้าข่ายผิดตามมาตรา 73 (5) เช่นเดียวกัน
การกระทำของบุคคลทั้งสองเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ยังอาจมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 132 กำหนดว่า กรณีปรากฎหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำมีส่วนรู้เห็น หรือ ปล่อยปละละเลยให้ผู้สมัครของพรรค กระทำการอันอาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นได้ จึงขอให้ กกต. พิจารณาในประเด็นดังกล่าวด้วย






