
"กอบศักดิ์" ลุย "ปากเกร็ด" หนุนตลาดชุมชนเข้าถึงแหล่งทุน
"กอบศักดิ์" นำทีมหาเสียง "ปากเกร็ด" หนุนตลาดชุมชนให้เข้าถึงแหล่งทุนง่ายขึ้น เผย รอความชัดเจนจาก กกต. ให้ "บิ๊กตู่" ช่วยพรรคหาเสียงได้หรือไม่
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำทีมพรรคพลังประชารัฐ ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาและลงพื้นที่เขต 4 จ.นนทบุรี บริเวณตลาดปากเกร็ดและตลาดวัดสะพานสูง เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. นายณรงค์ จันทนดิษฐ เบอร์ 8 หาเสียง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปากเกร็ดเป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างที่มีความเข้มแข็ง เพราะมีการรวมตัวของสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ ซึ่งช่วยให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีข่าวดีจากรัฐบาลที่ได้อนุมัติ พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน มารองรับความเป็นนิติบุคคลของสถาบันชุมชน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็พร้อมสนับสนุนส่งเสริมให้มีสถาบันการเงินชุมชนในทุกชุมชน
นอกจากนี้ จ.นนทบุรี ยังมีตลาดชุมชนที่มีความสำคัญต่อชุมชนหลายตลาด เช่น ตลาดปากเกร็ด ตลาดวัดสะพานสูง ซึ่งทางพรรคเองก็มีนโยบายสนับสนุนให้มีตลาดชุมชนใกล้บ้าน ให้พี่น้องในชุมชนสามารถซื้อหาอาหารและสินค้าที่ราคาถูก หลากหลาย ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ พร้อมส่งเสริมอาชีพและรายได้ภายในชุมชน ช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนมีความคึกคักมากขึ้น
ทั้งนี้ ระหว่างลงพื้นที่ มีพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยได้ขอให้พรรคพลังประชารัฐทบทวนนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ซึ่งหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลจะมีการทบทวนตั้งกรรมการเพื่อผ่อนปรนดูว่า พื้นที่ไหนสามารถทำได้และทำไม่ได้ เพื่อให้ผู้ค้าแผงลอยไม่เดือดร้อน มีพื้นที่ทำกิน เพราะเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร คือ สตรีทฟู๊ด
นายกอบศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เปิดเผยว่า ทางพรรคยังรอคำตอบที่เป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สามารถทำอะไรได้บ้างที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย ทั้งเรื่องของการขึ้นเวทีดีเบตและลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง
รวมทั้งต้องรอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมั่นใจว่า ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย จากนั้นก็จะขอตาราง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเดินหน้าทันที เพราะขณะนี้ พรรคการเมืองอื่นถือว่า มีความได้เปรียบที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคสามารถลงพื้นที่พบปะกับประชาชนได้ และจากการลงพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งไม่ต่ำกว่า 150 ที่นั่ง แม้ผลโพลต์จะเคยระบุว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐเป็นอันดับ 1 แต่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 30 โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อขอคะแนน พร้อมมั่นใจจะชนะคู่แข่งแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำทีมพรรคพลังประชารัฐ ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาและลงพื้นที่เขต 4 จ.นนทบุรี บริเวณตลาดปากเกร็ดและตลาดวัดสะพานสูง เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. นายณรงค์ จันทนดิษฐ เบอร์ 8 หาเสียง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปากเกร็ดเป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างที่มีความเข้มแข็ง เพราะมีการรวมตัวของสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ ซึ่งช่วยให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีข่าวดีจากรัฐบาลที่ได้อนุมัติ พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน มารองรับความเป็นนิติบุคคลของสถาบันชุมชน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็พร้อมสนับสนุนส่งเสริมให้มีสถาบันการเงินชุมชนในทุกชุมชน
นอกจากนี้ จ.นนทบุรี ยังมีตลาดชุมชนที่มีความสำคัญต่อชุมชนหลายตลาด เช่น ตลาดปากเกร็ด ตลาดวัดสะพานสูง ซึ่งทางพรรคเองก็มีนโยบายสนับสนุนให้มีตลาดชุมชนใกล้บ้าน ให้พี่น้องในชุมชนสามารถซื้อหาอาหารและสินค้าที่ราคาถูก หลากหลาย ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ พร้อมส่งเสริมอาชีพและรายได้ภายในชุมชน ช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนมีความคึกคักมากขึ้น
ทั้งนี้ ระหว่างลงพื้นที่ มีพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยได้ขอให้พรรคพลังประชารัฐทบทวนนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ซึ่งหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลจะมีการทบทวนตั้งกรรมการเพื่อผ่อนปรนดูว่า พื้นที่ไหนสามารถทำได้และทำไม่ได้ เพื่อให้ผู้ค้าแผงลอยไม่เดือดร้อน มีพื้นที่ทำกิน เพราะเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร คือ สตรีทฟู๊ด
นายกอบศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เปิดเผยว่า ทางพรรคยังรอคำตอบที่เป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สามารถทำอะไรได้บ้างที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย ทั้งเรื่องของการขึ้นเวทีดีเบตและลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง
รวมทั้งต้องรอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจน และมั่นใจว่า ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย จากนั้นก็จะขอตาราง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเดินหน้าทันที เพราะขณะนี้ พรรคการเมืองอื่นถือว่า มีความได้เปรียบที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคสามารถลงพื้นที่พบปะกับประชาชนได้ และจากการลงพื้นที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่งไม่ต่ำกว่า 150 ที่นั่ง แม้ผลโพลต์จะเคยระบุว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐเป็นอันดับ 1 แต่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม เพราะยังมีเวลาเหลืออีก 30 โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อขอคะแนน พร้อมมั่นใจจะชนะคู่แข่งแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว






