
กรุงเทพโพลล์เผย“บิ๊กตู่”นำอันดับ1ประชาชนหนุนนั่งนายกฯ
กรุงเทพโพลล์เผยผลสำรวจประชาชน พบเกือบ 60% ยังไม่ตัดสินใจหนุนใครเป็นนายกฯ ส่วนที่ตัดสินใจแล้ว 12.0% หนุน พล.อ.ประยุทธ์ รองลงมา 8.1% คุณหญิงสุดารัตน์ 6.6% ธนาธร และอภิสิทธิ์ 6.1% ส่วนพรรคที่ประชาชนตัดสินใจแล้วว่าจะเลือก 9.3% ระบุว่าพรรคเพื่อไทย รองลงมา 7.5% อนาคตใหม่ และ 7.0% พรรคพลังประชารัฐ แต่ส่วนใหญ่ 66.2% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด
จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “นับถอยหลัง 35 วัน สู่การเลือกตั้ง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,498 คน ระหว่างวันที่ 12-13 ก.พ. พบว่า
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.8 ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 2.3 เท่านั้นที่ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่เหลือร้อยละ 1.9 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองมาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.4 ระบุว่า ตัดสินจากนโยบายที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 57.5 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน และร้อยละ 53.3 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกเป็นคนมีความรู้ความสามารถวิสัยทัศน์ก้าวไกล
เมื่อถามว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ” ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.2 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 9.3 ระบุว่า จะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 7.5 ระบุว่า จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ และ ร้อยละ 7.0 ระบุว่าจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อถามต่อว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.4 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้ว ร้อยละ 12.0 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาร้อยละ 8.1 ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และร้อยละ 6.6 ระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 6.1 ระ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “นับถอยหลัง 35 วัน สู่การเลือกตั้ง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,498 คน ระหว่างวันที่ 12-13 ก.พ. พบว่า
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.8 ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 2.3 เท่านั้นที่ระบุว่า ตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่เหลือร้อยละ 1.9 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองมาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.4 ระบุว่า ตัดสินจากนโยบายที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 57.5 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน และร้อยละ 53.3 ตัดสินใจจากพรรคที่มีสมาชิกเป็นคนมีความรู้ความสามารถวิสัยทัศน์ก้าวไกล
เมื่อถามว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ” ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 66.2 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 9.3 ระบุว่า จะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 7.5 ระบุว่า จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ และ ร้อยละ 7.0 ระบุว่าจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อถามต่อว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.4 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้ว ร้อยละ 12.0 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาร้อยละ 8.1 ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และร้อยละ 6.6 ระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 6.1 ระ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ






