
ขอดเกล็ดเลือกตั้ง : นักการเมือง‘ลงแดง’ ไร้‘โซเชียลฯ’หาเสียง?
พอต้นสัปดาห์มา “เพื่อไทย” เปิดเกมกระทุ้ง กกต.ทันที ด้วยการส่งคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเข้ายื่นหนังสือของ “หัวหน้าพรรค” แจ้งขอหาเสียงเลือกตั้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย 5 ช่องทางหลัก อาทิ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์
หวังให้เป็นไปตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.
จากสถิติ “We Are Social” ดิจิตอลเอเยนซี และ “Hootsuite” ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ซึ่งรวบรวมการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลก เปิดเผยข้อมูลปีที่แล้วว่า มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากกว่า 4 พันล้านคนทั่วโลก คนไทยใช้เวลาเข้าอินเตอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก!!!
ข้อมูลจากเฟซบุ๊กเมื่อไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา ระบุว่า มีคนไทยใช้เฟซบุ๊กสูงถึง 54 ล้านคน เฉพาะกทม. มี 22 ล้านคน
เช่นนี้แล้ว เหล่า “นักการเมือง” ที่นิยมใช้เป็นช่องทางยิงข้อมูลตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “Abhisit Vejjajiva” ซึ่งมียอดผู้ติดตามมากถึง 2.2 ล้านคน “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” มียอดผู้ติดตาม 171,119 คน
เพจเฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีผู้ติดตามเพจอยู่ที่ 24,580 คน, “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มียอดผู้ติดตาม 199,250 คน และเพจเฟซบุ๊ก “Dr.Uttama Savanayana ดร.อุตตม สาวนายน” มีผู้ติดตาม 3,840 คน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “โซเชียลฯ” เป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารสำหรับใช้หาเสียง
หากขาดซึ่ง “โซเชียลมีเดีย” มีหวังคะแนนนิยมนักการเมือง โดยเฉพาะ “นักการเมืองหน้าใหม่” ปลุกไม่ขึ้นแน่ๆ
[caption id="attachment_382719" align="aligncenter" width="500"]
ทำไมนักการเมือง? หลบวูบ‘โลกโซเชียล’
รีบแจ้งกองเชียร์ทันทีขอ “พัก” คุยเรื่องที่เป็นการหาเสียงกันไว้ก่อน จนกว่าจะแจ้งกกต.เรียบร้อยแล้ว แถมบางคนขอร้องต่อ อย่าเพิ่งเมนต์อย่าเพิ่งเชียร์กระทั่งเรื่องเก่าประเด็นเดิม ทำให้กระทู้เด้งขึ้นมาอีกในช่วงนี้
หน้าเพจ เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือช่องสื่อสาร “โซเชียลมีเดีย” บรรดามีของนักการเมืองใหญ่น้อยทุกป้อมค่ายที่เคยเป็นเวทีวิวาทะดุเดือดเลือดพล่าน พลันเงียบเหงาไปถนัด
เพราะเข้าโหมดการเลือกตั้งแล้ว นับแต่วันที่ 23 มกราคม 2562 ที่ประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
ทำเอา “นักการเมือง”ต้องระวังตัวแจกับการหาเสียงทางออนไลน์ เพราะกฎ-กติกาการหาเสียงคราวนี้เข้มมาก
พลิกดูที่หมวด 2 การหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ในระเบียบกกต.ว่าด้วยการหาเสียง อนุญาตให้หาเสียงทางเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ยูทูบ แอพพลิเคชัน อี-เมล์ เอสเอ็มเอส และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นทุกประเภท
แต่ก่อนหาเสียง ผู้สมัครต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ช่องทาง ระยะเวลาในการหาเสียงและหลักฐานอื่นตามแบบที่กำหนด ต่อผอ.กกต.จังหวัดทราบก่อน ส่วนการหาเสียงของพรรค ก็ต้องแจ้งกกต.เช่นกัน
ค่าใช้จ่ายในการจ้างผลิตสื่อหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายการหาเสียงเลือกตั้ง
ระเบียบนี้ระบุลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งไว้หลายข้อ รวมถึงห้ามหาเสียงด้วยถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม
ซึ่งเรื่องนี้มีโอกาสเกิดง่ายมากในโลกออนไลน์ แม้เจ้าตัวผู้สมัครจะไม่ได้โพสต์เองก็ตาม ถือเป็นการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้อง กกต.มีอำนาจสั่งให้แก้ไข หรือลบข้อมูลได้ และต้องปฏิบัติโดยเร็ว
หากดื้อแพ่งถูกแจ้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และหากมีค่าใช้จ่ายผู้สมัครหรือพรรคนั้นต้องรับผิดชอบ
และการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้อง จะถือว่ากระทำผิดสำเร็จ กกต.สามารถหยิบมาสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดเพื่อเอาผิดได้อีกทาง
มาคอยดูกัน “ใคร” จะ “ลองของ” และ “ของ” ที่ลองจะเป็นอย่างไร
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3440 หน้า 14 ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-2 ก.ย.2562






