
8 ก.พ.ส่งชื่อกกต. บิ๊กตู่นายกฯเบอร์1 พลังประชารัฐคึกลุยศึกเลือกตั้ง
เหล่ากองเชียร์ได้เห็นโฉมหน้าผู้ที่จะมาเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” คนที่ 30 กันบ้างแล้ว หลายพรรคปักหมุดชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศส่งชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว พรรคเพื่อไทย มีทั้ง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” พรรคภูมิใจไทย ชงชื่อ “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นต้น
เหลือที่ต้องลุ้นกัน คือ “พรรคพลังประชารัฐ” (พปชร.) ซึ่งอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.บอกแต่เพียงว่า พรรคยังไม่มีการทาบทามใคร รวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ระหว่างการหารือภายในพรรคโดยจะพิจารณากันวันที่ 28 มกราคมนี้
“เชื่อมั่นว่าหากเปิดชื่อมา ต้องเฮทั้งประเทศ รับรองเฮด้วยความพอใจแน่นอน” อุตตม ระบุ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ลึกๆ แล้วภายในพรรคตกผลึกกันแล้วว่า จะเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในบัญชีนายกฯ ลำดับที่ 1 และเมื่อส่งเทียบเชิญแล้วก็เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ปฏิเสธ โดยจะส่งรายชื่อเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการสมัครส.ส.
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของตัวเองเอาไว้ว่า “ยังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าควรจะอยู่ต่อเพื่อทำงานหรือไม่ และจะอยู่ต่อได้ด้วยอะไร จึงกำลังดูว่า ถ้าต้องอยู่จะทำอย่างไร ซึ่งขั้นแรก คือพรรคการเมืองต้องมาเชิญก่อน จากนั้นก็จะคิดว่าจะตอบรับใครหรือไม่ ถ้าคิดว่าต้องอยู่เพื่อทำงานต่อ ก็คงต้องสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นพรรคที่ทำงานด้วยความตั้งใจเสียสละอย่างแท้จริง และต้องทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในวันหน้า ไม่ ใช่ล้มล้างทั้งหมดที่ทำมาแล้ว เพราะจะเสียเวลาเปล่า”
[caption id="attachment_381169" align="aligncenter" width="500"]
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ หาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐแล้ว จะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือไม่ แหล่งข่าวระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์จะไม่ลาออก แต่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามารับไม้ต่อ
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็เคยให้ความเห็นเรื่องนี้เอาไว้หลายครั้งว่า “ไม่ต้องออก” เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม และยังมีภารกิจต้องรับผิดชอบ และมีอำนาจเต็ม เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนให้อำนาจในการทำหน้าที่ของรัฐบาล เช่นเดียวกับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้สามารถใช้ได้ตามรัฐธรรมนูญ
ส่วน 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็จะลาออกในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อลุยการเมืองอย่างเต็มตัว
หากพลิกประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา ไม่เคยมีที่เมื่อรัฐบาลครบวาระ หรือยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วจะมี “รัฐมนตรี” คนไหนลาออก เห็นมีแต่รั้งอยู่บนเก้าอี้กันต่อไป จนวินาทีสุดท้าย ครั้งนี้จึงถือเป็น “มิติใหม่” ที่รัฐมนตรีลาออก
เมื่อปรากฏชื่อ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ในบัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐจะคึกคัก และการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง จะเข้มข้นขึ้นมาทันที นับแต่นั้นไป
‘ประยุทธ์’ ดันเรตติ้ง พปชร.
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มองโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ว่า น่าจะยัง 50:50 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมให้ใช้ชื่อเป็นนายกฯ ของ พปชร. เพราะถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยอมก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงสูง ถ้าผลตอบแทนออกมาสูง ก็หมายความว่า พปชร. ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นต้นทุนอันหนึ่ง ผสมกับต้นทุนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลงทุนไป ถ้าผลตอบแทนสูงก็เท่ากับว่า “เทิร์นเอาต์” ของผลการเลือกตั้ง ทำให้ พปชร. อาจจะมาเป็นอันดับต้นๆ เช่น อันดับ 2 หรืออันดับ 1
ถ้าเป็นอย่างนี้จะทำให้การยอมลงไปอยู่กับ พปชร. ของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า มีความชอบธรรมทางการเมืองที่จะเห็นแกนนำในการรวบรวมพรรคอื่นๆ ในการตั้งรัฐบาล โดยมีคะแนนของ ส.ว.เข้ามามีส่วนช่วยได้ แต่อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งทั้งแผง 250 คน ฉะนั้นหมายความว่าอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า เมื่อสูงมาแล้วผลตอบแทนกลับมาสูง นั่นคือ 50% แรก
อีก 50% คือ ถ้า พล.อ. ประยุทธ์ เสี่ยงไปแล้ว เสี่ยงสูงคือเอาชื่อลงไปแล้ว แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบ พปชร. เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ มาร่วมหัวจมท้ายกับพรรคการเมืองที่มีอดีตส.ส.หน้าเก่าๆ เขาอาจไม่เลือก ขณะเดียวกันคนที่ไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ และไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจ ก็อาจจะรอให้ พล.อ.ประยุทธ์ รอเวลาเป็นนายกฯคนนอก อาจจะไม่เลือก พปชร.ถ้าคำนวณใน 50% หลัง ถ้าคิดว่าไม่เวิร์ก พล.อ. ประยุทธ์ ยังมีโอกาสที่จะปฏิเสธ ไม่ยอมให้ใช้ชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคก็ได้
อีกด้านหนึ่ง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่เสี่ยงที่จะยอมใช้ชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะส่งผลให้ พปชร. เสียกระบวนท่า เพราะพปชร. เป็นพรรคเฉพาะกิจ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ และอาจจะมีวาระซ่อนเร้นบางอย่าง ดูจากนักการเมือง เก่าๆ ที่เข้ามา
แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธ คะแนนเสียงความชอบธรรมทางการเมืองจะกลับมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ 80-90%
เพียงแต่ว่าความชอบธรรมนี้จะเก็บที่ พล.อ.ประยุทธ์ และรอเวลาที่ชาติต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะกลับมาในฐานะนายกฯ คนนอกในก๊อก 2 ได้
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3439 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 27-30 ม.ค.2562






