thansettakij
thansettakij
การสืบทอดอำนาจ-ชวน โมเดล "ตอน 7"

การสืบทอดอำนาจ-ชวน โมเดล "ตอน 7"

30 ม.ค. 62 | 02:30 น.
บทความ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี

การสืบทอดอำนาจ-ชวน โมเดล "ตอน 7"

ที่สุด กกต.ก็ประกาศแล้วนะครับ ว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. หลังจากการคาดเดา การเรียกร้องติดต่อกันมาหลายสัปดาห์

ท่านผู้อ่านบางคน คงสงสัยว่า ทำไมการเลือกตั้งของไทยนี่จึงยากเย็นนัก ผมคิดว่าเป็นอาการ เป็น Symptom ของความรู้สึก ที่ผมเรียกว่า Democracy Dilemma Syndrome คือ คนส่วนมากคงอยากเลือกตั้ง แต่ไม่รู้ว่าประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งอย่างไรถึงจะดี จะเหมาะกับสังคมไทย ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่า ประชาธิปไตยมีอุดมการณ์ที่ดีมากมาย ที่บอกว่า โดยประชาชน เพื่อประชาชน และของประชาชน ที่ประชาชนมีผู้แทนจากการเลือกตั้ง ไปทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง แต่อีกส่วนก็รู้สึกว่า มีคนที่ดีมาให้เลือกไม่มาก คือ มีและเชื่อ Ideal of Democracy แต่ก็รู้สึกว่าอยู่ในภาวะ Without Luxury of Choices คงเพราะเหตุนี้ เราถึงได้ผ่านการเมืองแบบ เลือกตั้ง แต่งตั้ง และผสม มาเป็นเวลาเกือบ 87 ปี แล้วครับ

วันนี้จะเล่าถึงชวนโมเดล ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นโมเดลของการเมืองแบบเลือกตั้ง แต่ก็ไม่เหมือนชาติชายโมเดล

ชวน-1

ชวนโมเดล หรือจะเรียกว่า ประชาธิปัตย์โมเดล ก็คงได้ คือโมเดลของพรรคประชาธิปัตย์ อาจต่างแต่เพียงว่า ชวนโมเดล มีลักษณะพิเศษตามลักษณะของตัวท่าน โดยสื่อให้ฉายาท่านว่า ชวนเชื่องช้า แต่ผมสังเกตจากชื่อท่าน คือ ชวน หลีกภัย ผมจึงแปลชื่อท่านว่า เป็น Mr. Risk Averter ซึ่งท่านก็มีพฤติกรรมเช่นนั้น โดยหลีกภัยแบบสุภาพที่สุด น่ารักไปอีกแบบ

คุณชวนมีอดีตเป็นครู เป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่เถ้าแก่ ไม่ใช่อดีตนายทหาร/ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่มักเป็นนักการเมืองมากบารมีของไทย ท่านจึงบริหารงานอย่างระมัดระวัง เลยดูเหมือนเชื่องช้า

สำหรับโมเดลทางการเมือง ชวน หรือประชาธิปัตย์โมเดล จะใช้ฐานภาคใต้ และ กทม. ให้ได้มาซึ่งอำนาจ จึงไม่เคยมี สส. มากพอที่จะตั้งรัฐบาลเอง ที่สำคัญคือ สส. จาก กทม. จะขึ้นอยู่กับกระแสสังคมในเวลาเลือกตั้ง ไม่ใช่ตัวบุคคลเหมือนในต่างจังหวัด ทำให้บางครั้ง ประชาธิปัตย์ เกือบจะไม่มี สส.จาก กทม. เลย เช่น เลือกตั้งปี 2522 ได้ ดร.ถนัด คอมันตร์ คนเดียวใน กทม. เพราะคน กทม. เห็นว่าเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 เกิดตอนประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลบวกกับตอนเลือกตั้งมี “ ประชากรไทยฟีเวอร์ ” และตอนเลือกตั้ง เมื่อ 22 มีนาคม 2535 ก็ได้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นสส.กทม.คนเดียว เพราะกระแส "จำลองฟีเวอร์" ในช่วงนั้น

เมื่อไม่เคยมี สส. มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้เอง ก็ต้องเป็นรัฐบาลผสม เช่น ชวน-1 ปี 2535 จากการเลือกตั้งครั้งที่สอง เดือนก.ย. มีการสร้างกระแส “ จำลองพาคนไปตาย ” และกระแส “ พรรคเทพ VS พรรคมาร ” ประชาธิปัตย์ ได้ สส. 79 คน พรรคร่วมสำคัญ คือ ความหวังใหม่ มี สส. 51 คน ผมเกือบได้เข้าร่วมรัฐบาลนี้ จากโควต้าความหวังใหม่ ตอนคุณชวนทราบ เมื่อพบผมก็กล่าวแสดงความยินดี และ Welcome แต่บอกด้วยว่า พล.อ.ชวลิต กล้าหาญมาก ที่เอาคนนอกมาใช้โควต้ารัฐมนตรี แล้วพอมาถึง ชวน-2 ปี 2540 ที่ พล.อ.ชวลิต ลาออกหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ความจริง พล.อ.ชวลิต จะเปิดทางให้พรรคชาติพัฒนาของน้าชาติจัดรัฐบาล โดยคุณกร ทัพพะรังสี เป็นผู้จัดการ แต่ เสธ.หนั่น– พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ – จากประชาธิปัตย์ แน่กว่า ไปชวน สส. 12 คน จากพรรคประชากรไทย มาร่วมจัดรัฐบาล โดยให้โควต้า รมว./รมช. ถึง 4 คน ซึ่งเหตุการณ์นี้ คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยโกรธมาก เรียก สส. เหล่านั้น ว่าเป็นงูเห่า คงหมายถึงว่าตัวท่านเป็นชาวนา เอา สส.เหล่านั้นมาดูแล แต่พอเห็นโอกาสดีกว่า ก็ทิ้งท่านไป เหมือนงูเห่ากัดชาวนา ขบวนการงูเห่าทางการเมืองไทย เลยเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่คงมีการเลียนแบบไปอีกนาน

รูปแบบการให้ได้มาซึ่งอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังนำมาใช้ในปี 2551 หลังจากมีการยุบพรรคพลังประชาชนที่เป็นรัฐบาลในขณะนั้น คราวนี้ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย “ กลุ่มเพื่อนเนวิน ”โดยคุณเนวิน ชิดชอบ เจ้าของ วลีเด็ด “ มันจบแล้วนาย ” ส่งให้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น นรม. มีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้จัดการรัฐบาล

ชวน-อภิสิทธิ์

เมื่อคุณชวน พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็จะบริหารประเทศ โดยไม่ไปมีบทบาทในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การบริหารกองทัพ เชิญ พล.อ. วิจิตร สุขมาก เป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลชวน-1 (ปี 2535) ตอนชวน-2 (ปี 2540) – ท่านเป็นรมว.กลาโหมเอง พอผบ.ทบ. ตอนนั้น พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร หมดเทอม ก.ย. 2541 ท่านก็ตั้ง พลเอกสุรยุทธ์ จุลลานนท์ เป็นผบ.ทบ. ตามการเสนอของกองทัพ ส่วนการทำงาน รัฐบาลของท่านทำงานใกล้ชิดกับหน่วยราชการ สภาพัฒน์ และกระทรวงต่างๆจะมีบทบาทสูง นโยบายเศรษฐกิจและสังคม สอดคล้องกับแผนพัฒนาฯ การทำงานผ่านขั้นตอนราชการมาก และไม่เป็นท้องถิ่นนิยม คือ คุณชวน มาจากจังหวัดตรัง ท่านก็ไม่ได้ดำเนินการให้มีการจัดงบประมาณให้จังหวัดตรังมากเป็นพิเศษ สส.ภาคใต้ ท่านอื่นก็คล้ายกัน การคมนาคมและระดับการพัฒนาจังหวัดทางภาคใต้ จึงดูจะพัฒนาช้ากว่าพื้นที่อื่นๆ

แต่คุณชวนก็มาพลาดเรื่อง ที่ดินสปก 4-01 ในปี 2537 ผลงานของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ จนต้องยุบสภาปี 2538 แล้วเลือกตั้งปีนั้น ปชป. ได้สส.กทม.แค่ 7 คน

สุดท้าย การสืบทอดอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ ดูจากสถิติ ก็จะเห็นว่าไม่ต่อเนื่อง คือไม่ได้มีการสร้างคะแนนนิยม หรือใช้วิธีการพิเศษ ซึ่งสมัยนี้เรียกกันว่า “ ดูด ” เพื่อให้ได้ สส. มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้เอง ใช้วิธีการดูจังหวะมากกว่า ถ้าจังหวะเหมาะ ก็จะหาทางรวบรวมจำนวน สส. ให้ได้มากพอ ซึ่งจะต่างจากทักษิณโมเดล อย่างชัดเจน

เลือกตั้ง 2562 ที่จะถึงนี้ จะมีกระแสอะไรที่จะทำให้ประชาธิปัตย์ได้ สส. กทม. จำนวนมากพอ ที่จะทำให้เมื่อรวบรวมกับ สส.ภาคใต้ ที่จะโดนพรรคคุณสุเทพแบ่งไปบ้าง บวกกับ สส.จากภาคอื่นอีกจำนวนหนึ่ง แล้วเมื่อบวกจำนวนสส.บัญชีรายชื่อ ที่จะได้จากการที่พรรคได้คะแนน ตามสูตรอภินิหารการคิดคะแนนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 จะเป็นพรรคที่จะมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ท่านผู้อ่านคงประเมินได้เองนะครับ

เพิ่มข้อสังเกตข้อหนึ่ง พรรคการเมืองไทยแบบพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาล จะต้องมี Dealmaker ในอดีต Dealmaker ที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์สองคน คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ปัจจุบันสองท่านนี้ท่านหนึ่งไม่อยู่แล้ว และอีกท่านไม่สังกัดแล้ว คนใหม่จะเป็นใคร คงต้องติดตามต่อไปครับ

สวัสดีครับ

 

โปรโมทแทรกอีบุ๊ก

 

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics