
การสืบทอดอำนาจ-ชาติชาย โมเดล "ตอน6"
บทความ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี
การสืบทอดอำนาจ- ชาติชาย โมเดล "ตอน 6"
พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (นรม. 2531-34) เป็นต้นแบบของโมเดลการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล ที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง จาก สส. รัฐสภาประกอบด้วย สส. มีสภาผู้แทน และมี สว. จากการแต่งตั้ง ที่เรามีตามมาอีกหลายรัฐบาล แต่สืบต่อไม่ได้ เกิดมีการยึดอำนาจและสืบทอดอำนาจโดยวิธีการรัฐประหารมาแล้วสามครั้ง ในปี 2534 2549 และ 2557
ขอเรียนรูปแบบ หรือโมเดลของการเป็นรัฐบาลก่อนครับ คือ รูปแบบกำหนดโดย การใช้อำนาจการปกครอง และเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องการให้เกิดขึ้น
ในกรณีของประเทศไทย อำนาจทางการปกครองจะมีกองทัพกับราชการเป็นตัวตั้งที่อยู่ในสมการตลอด เพราะกองทัพไทย ถือว่ามีหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศ ส่วนราชการเป็นผู้ต้องรับผิดชอบกฎ / ระเบียบที่ประชาชนต้องปฏิบัติ กฎหมาย กฏ/ระเบียบ เหล่านี้ ส่วนใหญ่เขียนโดยข้าราชการ ตอนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ช่วงเวลาหลังรัฐประหาร ที่ไม่มี สส. มีแต่ สนช. ซึ่งก็จะออก จะแก้ พรบ. เป็นจำนวนมาก (เช่นตอนนี้) กฎหมายไทยจึงมักเขียนโดยข้าราชการ ใช้ปฏิบัติโดยข้าราชการ นักวิชาการจึงเรียก การบริหารไทย ว่าเป็น “Bureaucratic Polity”
ความหมายของโมเดล หรือ รูปแบบ ก็คือ เมื่อมีอำนาจทางการเมืองแล้ว จะใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลอะไรต่อบ้านเมือง ซึ่งทุกคนก็อยากให้บ้านเมืองเจริญ แต่เป้าหมายของความเจริญอาจต่างกัน
ตามที่แสดงไว้ในตอนก่อนๆ โมเดลทางการเมืองของสายรัฐประหารคือ จะอิงมาทางกองทัพกับราชการ เศรษฐกิจก็จะให้ภาครัฐมีบทบาทมาก และเน้น Growth มากกว่า Distribution และสังคมก็จะเป็นเมืองมากกว่าชนบท
ชาติชายโมเดล คือ ลดการอิงกองทัพกับราชการให้น้อยลง งานราชการมีทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกเป็นทีมงานช่วย รายชื่อผมกล่าวถึงแล้วในตอน 5 แต่เขียนตกไปหนึ่งคน คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร (คุณชายหมู) เศรษฐกิจและสังคม ก็เน้นบทบาทของเอกชน และการกระจายรายได้ และการให้ความสำคัญกับชนบทมากกว่า ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะรัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องอาศัย สส. ซึ่งมาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
[caption id="attachment_385665" align="aligncenter" width="500"]
[/caption]
รูปแบบการทำงานของชาติชายโมเดล ต่างจากเปรมโมเดลอย่างชัดเจน ในเรื่องการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและสังคม คือลดบทบาทของสภาพัฒน์ฯ และข้าราชการกระทรวง เพิ่มบทบาทของที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก – เพิ่มจนสื่อเรียกที่ปรึกษาบ้านพิษ – รวมทั้งงานของกระทรวงต่างๆ ที่ปกติเวลาประชุม ครม. ข้าราชการกระทรวงก็จะให้ความเห็นมา แล้วพลเอกชาติชาย ให้ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกกรอง บางเรื่องให้ที่ปรึกษาเสนอเอง ทำเอง เช่นเรื่องให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ พาฮุนเซนมาพบนายกฯไทย เมื่อปี 1989 โดยไม่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศก่อน ทำเอาคนกระทรวงต่างประเทศขุ่นเคืองไปพักใหญ่ แต่มองย้อนหลังไปกว่า 30 ปี แสดงว่าพลเอกชาติชายดูออก ว่าฮุนเซนจะสืบทอดอำนาจในการปกครองกัมพูชาได้นานจนถึงวันนี้
ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่สายกองทัพกับสายราชการแสดงความเคืองรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนน้าชาติ – พลเอกชาติชาย - จะเอาพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก มาร่วมงานกลาโหม คงไม่ได้หารือกับกองทัพ ถึงขั้นถูกกองทัพยึดอำนาจ หลังจากเป็นรัฐบาลอยู่ได้สองปีเศษ เพราะเหตุนี้หรือเปล่าไม่มีใครทราบ ที่ รสช.แถลงเหตุผลของการยึดอำนาจคือ รัฐบาลเป็นเผด็จการรัฐสภา และถูกกล่าวหาว่ามีคอรัปชั่น
ผลงานสำคัญเรื่องหนึ่งของรัฐบาลพลเอกชาติชาย คือ นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ที่ท่านประกาศในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน คือก่อนหน้าปี 1989 ย้อนไปอีก 20 -30 ปี มีปัญหาเรื่องการทำสงครามต่อต้านคอมมูนิสต์โดยสหรัฐอเมริกาในเวียดนาม และลามไปลาว ไปกัมพูชา โดยไทยร่วมด้วย เหตุการณ์เริ่มสงบตั้งแต่ปี 1975 แต่อิทธิพลของโซเวียตก็ยังมากอยู่ จนสงครามเย็นสงบในปี 1989 และโซเวียตสลายตัวในปี 1991 น้าชาติก็เลยถือโอกาสนั้น ประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ทำให้เราฟื้นคืนความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านได้ดีจนทุกวันนี้ สะพานมิตรภาพไทยลาวที่หนองคาย ท่านก็เป็นคนขอให้ออสเตรเลียช่วยสร้าง โดยท่านขอ นายก Bob Hawke โดยตรง ตอนเล่นกอล์ฟกันที่สนาม Sports Club ซึ่ง Bob Hawke บอกว่า ถ้ายูกล้าขอไอ ไอก็กล้าให้ยู ไทยกับลาว เลยได้สะพานมาเชื่อมกันเป็นสะพานแรก ด้วยวิธีการทำงานของน้าชาติแท้ๆ
ทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลน้าชาติก็ผลักดันบทบาทของภาคเอกชน เช่น ให้ลงทุนโทรศัพท์สามล้านเลขหมาย โดยกลุ่ม CP ให้ Hopewell มาลงทุนทำรถไฟฟ้า และทางด่วน (เสนอโดย รมว. คมนาคม มนตรี พงษ์พานิช) แต่โครงการนี้ไม่สำเร็จ ทิ้งเสาตอม่อไว้ให้คนไทยดูหลายปี จนเรียกกันว่าเป็นโครงการ Hopeless
ชาติชายโมเดล ในทางส่วนตัวของท่านก็น่าสนใจมาก คือท่านเป็นชาติชาย สมชื่อจริงๆ พอผมแปลเป็นภาษาอังกฤษยิ่งตรง คือ Mr. Macho Man ท่านชอบ Big Bike สื่อเรียกท่านว่า น้าชาติ – มาดนักซิ่ง และท่านทำอะไรที่ซิ่งๆ สารพัดอย่าง มีปัญหาก็แก้ง่าย เพียงใช้คำว่า No Problem ผมคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้มาจาก Background ในชีวิตและหน้าที่การงานของท่าน ซึ่งไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
น้าชาติเป็นลูกชายจอมพลผิน และเป็นเสาหลักของสายการเมืองสายซอยราชครู ซึ่งมีกิ่งก้านอยู่ในหลายพรรคการเมืองในปัจจุบัน ตามชื่อสกุล คือ ชุณหะวัณ อดิเรกสาร ทัพพะรังสี ปุณณกันต์ รวมทั้ง ดร.ปานปรีย์ ก็จัดเป็นเขยของสายซอยราชครู
จากการที่ท่านเป็นลูกชายจอมพลผิน ซึ่งอยู่สายจอมพล ป. พอจอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจจากจอมพล ป. ในปี 1957 พอปี 1958 ท่านก็ถูกจัดให้ไปอยู่ไกลบ้าน ไกลเมืองมากที่สุด คืออาร์เจนติน่า โดยไปเป็นเอกอัครราชทูตที่นั่น ซึ่งสมัยนั้นเมืองบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนติน่า หรูมาก มีความเจริญแนวตะวันตกสูงสุดในอเมริกาใต้ ท่านจึงมี Life Style ดีเยี่ยม ต่อกับไปเป็นเอกอัครราชทูตอีกหลายแห่ง รวมเวลาที่ท่านรับราชการและใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศถึง 14 ปี พอกลับประเทศไทย ท่านจึงทำงานด้านการต่างประเทศได้ดีเยี่ยม รวมทั้งมีบทบาทสำคัญตอนไทยไปคืนดีกับจีน เมาเซตุง สมัยรัฐบาลคึกฤทธ์ ในปี 1975/76 ซึ่งท่านเริ่มขบวนการคืนดีกับจีน มาตั้งแต่ปี 1972 สมัยเป็น รมช. ต่างประเทศ ในรัฐบาลจอมพลถนอม ตอนปลาย
ชาติชายโมเดลไม่สามารถสืบทอดอำนาจได้ เพราะไม่ลงตัวกับโครงสร้างอำนาจของสังคมไทย ประกอบกับมีเรื่องครหาว่า ครม. มีการคอรัปชั่น ซึ่งก็มีเหตุผลให้คนสงสัย คือการเมืองแบบเลือกตั้งของไทย การเป็นสส. เป็นนักการเมือง จะให้ได้รับการเลือกตั้ง ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก ทั้งนอกฤดูและในฤดูการเลือกตั้ง จึงมักถูกกล่าวหา จะทำหรือไม่ทำก็ตาม
จะเห็นได้ว่านักการเมืองส่วนมาก มีพื้นฐานทางธุรกิจ เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ดูได้จากการที่เรียกกันว่า โกนั่น โกนี่ (จีนไหหลำ) หรือ เฮีย หรือ เสี่ย (จีนฮกเกี้ยน จีนแต้จิ๋ว) แล้วยังมี เจ้ มีซ้อ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านเหล่านี้อพยพจากจีนมาอยู่ไทยนานแล้ว ตั้งถิ่นฐานทำอาชีพ ทำมาค้าขาย อยู่ทั่วประเทศไทย เพราะตอนแรกถือครองที่ดินไม่ได้ เป็นต่างด้าว เป็นผู้อพยพ ครอบครัวธุรกิจเหล่านี้เจริญเติบโต กลายเป็นผู้มีบารมีมากมายหลายพื้นที่ เกิดเป็นตระกูลการเมืองตามจังหวัดต่างๆ การสังกัดพรรคก็จะเปลี่ยนไปเป็นระยะๆ จนผมเองก็จำไม่ได้ว่าใครสังกัดพรรคอะไร จึงต้องใช้วิธีจำชื่อเอา และเมื่อเป็น สส. จะใช้เวลามากกับการดูแลพื้นที่ มากกว่างานทางนิติบัญญัติ
สรุปคือ ชาติชายโมเดล เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ต่างกับ เกรียงศักดิ์โมเดลจากการแต่งตั้ง และจากเปรมโมเดล ที่รัฐบาลและสภา มาจากทั้งการเลือกตั้งและแต่งตั้ง หรือ Hybrid ท่านผู้อ่านชอบโมเดลไหน ก็เอาที่สบายใจ / ชอบใจ ก็แล้วกันนะครับ
ตอนที่ 7 จะเล่าถึงชวนโมเดล ซึ่งสืบทอดอำนาจสู่ บรรหารโมเดล ชวลิตโมเดล ไปถึงทักษิณโมเดล แล้วก็สืบทอดต่อไม่ได้อีก
เพราะอะไร ติดตามได้ครับ
สวัสดีครับ
อ่าน | คำทำนายเชิงประวัติศาสตร์ "เลือกตั้ง 2562" อะไรจะเกิดขึ้น
อ่าน | คาดเดาผลการเลือกตั้งในอดีต (ตอน 2)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ ... (ตอน 3)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ-เปรมโมเดล (ตอน4)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ–สุจินดา/สนธิ โมเดล (ตอน 5)
การสืบทอดอำนาจ- ชาติชาย โมเดล "ตอน 6"
พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (นรม. 2531-34) เป็นต้นแบบของโมเดลการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล ที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง จาก สส. รัฐสภาประกอบด้วย สส. มีสภาผู้แทน และมี สว. จากการแต่งตั้ง ที่เรามีตามมาอีกหลายรัฐบาล แต่สืบต่อไม่ได้ เกิดมีการยึดอำนาจและสืบทอดอำนาจโดยวิธีการรัฐประหารมาแล้วสามครั้ง ในปี 2534 2549 และ 2557
ขอเรียนรูปแบบ หรือโมเดลของการเป็นรัฐบาลก่อนครับ คือ รูปแบบกำหนดโดย การใช้อำนาจการปกครอง และเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องการให้เกิดขึ้น
ในกรณีของประเทศไทย อำนาจทางการปกครองจะมีกองทัพกับราชการเป็นตัวตั้งที่อยู่ในสมการตลอด เพราะกองทัพไทย ถือว่ามีหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศ ส่วนราชการเป็นผู้ต้องรับผิดชอบกฎ / ระเบียบที่ประชาชนต้องปฏิบัติ กฎหมาย กฏ/ระเบียบ เหล่านี้ ส่วนใหญ่เขียนโดยข้าราชการ ตอนเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ช่วงเวลาหลังรัฐประหาร ที่ไม่มี สส. มีแต่ สนช. ซึ่งก็จะออก จะแก้ พรบ. เป็นจำนวนมาก (เช่นตอนนี้) กฎหมายไทยจึงมักเขียนโดยข้าราชการ ใช้ปฏิบัติโดยข้าราชการ นักวิชาการจึงเรียก การบริหารไทย ว่าเป็น “Bureaucratic Polity”
ความหมายของโมเดล หรือ รูปแบบ ก็คือ เมื่อมีอำนาจทางการเมืองแล้ว จะใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลอะไรต่อบ้านเมือง ซึ่งทุกคนก็อยากให้บ้านเมืองเจริญ แต่เป้าหมายของความเจริญอาจต่างกัน
ตามที่แสดงไว้ในตอนก่อนๆ โมเดลทางการเมืองของสายรัฐประหารคือ จะอิงมาทางกองทัพกับราชการ เศรษฐกิจก็จะให้ภาครัฐมีบทบาทมาก และเน้น Growth มากกว่า Distribution และสังคมก็จะเป็นเมืองมากกว่าชนบท
ชาติชายโมเดล คือ ลดการอิงกองทัพกับราชการให้น้อยลง งานราชการมีทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกเป็นทีมงานช่วย รายชื่อผมกล่าวถึงแล้วในตอน 5 แต่เขียนตกไปหนึ่งคน คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร (คุณชายหมู) เศรษฐกิจและสังคม ก็เน้นบทบาทของเอกชน และการกระจายรายได้ และการให้ความสำคัญกับชนบทมากกว่า ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะรัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องอาศัย สส. ซึ่งมาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
[caption id="attachment_385665" align="aligncenter" width="500"]
รูปแบบการทำงานของชาติชายโมเดล ต่างจากเปรมโมเดลอย่างชัดเจน ในเรื่องการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและสังคม คือลดบทบาทของสภาพัฒน์ฯ และข้าราชการกระทรวง เพิ่มบทบาทของที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก – เพิ่มจนสื่อเรียกที่ปรึกษาบ้านพิษ – รวมทั้งงานของกระทรวงต่างๆ ที่ปกติเวลาประชุม ครม. ข้าราชการกระทรวงก็จะให้ความเห็นมา แล้วพลเอกชาติชาย ให้ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกกรอง บางเรื่องให้ที่ปรึกษาเสนอเอง ทำเอง เช่นเรื่องให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ พาฮุนเซนมาพบนายกฯไทย เมื่อปี 1989 โดยไม่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศก่อน ทำเอาคนกระทรวงต่างประเทศขุ่นเคืองไปพักใหญ่ แต่มองย้อนหลังไปกว่า 30 ปี แสดงว่าพลเอกชาติชายดูออก ว่าฮุนเซนจะสืบทอดอำนาจในการปกครองกัมพูชาได้นานจนถึงวันนี้
ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่สายกองทัพกับสายราชการแสดงความเคืองรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนน้าชาติ – พลเอกชาติชาย - จะเอาพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก มาร่วมงานกลาโหม คงไม่ได้หารือกับกองทัพ ถึงขั้นถูกกองทัพยึดอำนาจ หลังจากเป็นรัฐบาลอยู่ได้สองปีเศษ เพราะเหตุนี้หรือเปล่าไม่มีใครทราบ ที่ รสช.แถลงเหตุผลของการยึดอำนาจคือ รัฐบาลเป็นเผด็จการรัฐสภา และถูกกล่าวหาว่ามีคอรัปชั่น
ผลงานสำคัญเรื่องหนึ่งของรัฐบาลพลเอกชาติชาย คือ นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ที่ท่านประกาศในเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน คือก่อนหน้าปี 1989 ย้อนไปอีก 20 -30 ปี มีปัญหาเรื่องการทำสงครามต่อต้านคอมมูนิสต์โดยสหรัฐอเมริกาในเวียดนาม และลามไปลาว ไปกัมพูชา โดยไทยร่วมด้วย เหตุการณ์เริ่มสงบตั้งแต่ปี 1975 แต่อิทธิพลของโซเวียตก็ยังมากอยู่ จนสงครามเย็นสงบในปี 1989 และโซเวียตสลายตัวในปี 1991 น้าชาติก็เลยถือโอกาสนั้น ประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ทำให้เราฟื้นคืนความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านได้ดีจนทุกวันนี้ สะพานมิตรภาพไทยลาวที่หนองคาย ท่านก็เป็นคนขอให้ออสเตรเลียช่วยสร้าง โดยท่านขอ นายก Bob Hawke โดยตรง ตอนเล่นกอล์ฟกันที่สนาม Sports Club ซึ่ง Bob Hawke บอกว่า ถ้ายูกล้าขอไอ ไอก็กล้าให้ยู ไทยกับลาว เลยได้สะพานมาเชื่อมกันเป็นสะพานแรก ด้วยวิธีการทำงานของน้าชาติแท้ๆ
ทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลน้าชาติก็ผลักดันบทบาทของภาคเอกชน เช่น ให้ลงทุนโทรศัพท์สามล้านเลขหมาย โดยกลุ่ม CP ให้ Hopewell มาลงทุนทำรถไฟฟ้า และทางด่วน (เสนอโดย รมว. คมนาคม มนตรี พงษ์พานิช) แต่โครงการนี้ไม่สำเร็จ ทิ้งเสาตอม่อไว้ให้คนไทยดูหลายปี จนเรียกกันว่าเป็นโครงการ Hopeless
ชาติชายโมเดล ในทางส่วนตัวของท่านก็น่าสนใจมาก คือท่านเป็นชาติชาย สมชื่อจริงๆ พอผมแปลเป็นภาษาอังกฤษยิ่งตรง คือ Mr. Macho Man ท่านชอบ Big Bike สื่อเรียกท่านว่า น้าชาติ – มาดนักซิ่ง และท่านทำอะไรที่ซิ่งๆ สารพัดอย่าง มีปัญหาก็แก้ง่าย เพียงใช้คำว่า No Problem ผมคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้มาจาก Background ในชีวิตและหน้าที่การงานของท่าน ซึ่งไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
น้าชาติเป็นลูกชายจอมพลผิน และเป็นเสาหลักของสายการเมืองสายซอยราชครู ซึ่งมีกิ่งก้านอยู่ในหลายพรรคการเมืองในปัจจุบัน ตามชื่อสกุล คือ ชุณหะวัณ อดิเรกสาร ทัพพะรังสี ปุณณกันต์ รวมทั้ง ดร.ปานปรีย์ ก็จัดเป็นเขยของสายซอยราชครู
ชาติชายโมเดลไม่สามารถสืบทอดอำนาจได้ เพราะไม่ลงตัวกับโครงสร้างอำนาจของสังคมไทย ประกอบกับมีเรื่องครหาว่า ครม. มีการคอรัปชั่น ซึ่งก็มีเหตุผลให้คนสงสัย คือการเมืองแบบเลือกตั้งของไทย การเป็นสส. เป็นนักการเมือง จะให้ได้รับการเลือกตั้ง ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก ทั้งนอกฤดูและในฤดูการเลือกตั้ง จึงมักถูกกล่าวหา จะทำหรือไม่ทำก็ตาม
จะเห็นได้ว่านักการเมืองส่วนมาก มีพื้นฐานทางธุรกิจ เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ดูได้จากการที่เรียกกันว่า โกนั่น โกนี่ (จีนไหหลำ) หรือ เฮีย หรือ เสี่ย (จีนฮกเกี้ยน จีนแต้จิ๋ว) แล้วยังมี เจ้ มีซ้อ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านเหล่านี้อพยพจากจีนมาอยู่ไทยนานแล้ว ตั้งถิ่นฐานทำอาชีพ ทำมาค้าขาย อยู่ทั่วประเทศไทย เพราะตอนแรกถือครองที่ดินไม่ได้ เป็นต่างด้าว เป็นผู้อพยพ ครอบครัวธุรกิจเหล่านี้เจริญเติบโต กลายเป็นผู้มีบารมีมากมายหลายพื้นที่ เกิดเป็นตระกูลการเมืองตามจังหวัดต่างๆ การสังกัดพรรคก็จะเปลี่ยนไปเป็นระยะๆ จนผมเองก็จำไม่ได้ว่าใครสังกัดพรรคอะไร จึงต้องใช้วิธีจำชื่อเอา และเมื่อเป็น สส. จะใช้เวลามากกับการดูแลพื้นที่ มากกว่างานทางนิติบัญญัติ
สรุปคือ ชาติชายโมเดล เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ต่างกับ เกรียงศักดิ์โมเดลจากการแต่งตั้ง และจากเปรมโมเดล ที่รัฐบาลและสภา มาจากทั้งการเลือกตั้งและแต่งตั้ง หรือ Hybrid ท่านผู้อ่านชอบโมเดลไหน ก็เอาที่สบายใจ / ชอบใจ ก็แล้วกันนะครับ
ตอนที่ 7 จะเล่าถึงชวนโมเดล ซึ่งสืบทอดอำนาจสู่ บรรหารโมเดล ชวลิตโมเดล ไปถึงทักษิณโมเดล แล้วก็สืบทอดต่อไม่ได้อีก
เพราะอะไร ติดตามได้ครับ
สวัสดีครับ
อ่าน | คำทำนายเชิงประวัติศาสตร์ "เลือกตั้ง 2562" อะไรจะเกิดขึ้น
อ่าน | คาดเดาผลการเลือกตั้งในอดีต (ตอน 2)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ ... (ตอน 3)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ-เปรมโมเดล (ตอน4)
อ่าน | การสืบทอดอำนาจ–สุจินดา/สนธิ โมเดล (ตอน 5)






