
พรฎ.เลือกตั้ง จ่อคลอด 4 รัฐมนตรีเล็งแสดงสปิริตไขก๊อกวันรุ่งขึ้น
[caption id="attachment_377438" align="aligncenter" width="503"]
บรรยากาศการเมืองเริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าในสัปดาห์หน้า พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งส.ส.จะประกาศใช้ และการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม ถือว่าเป็นเวลาที่มีความเหมาะสมที่สุด โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่งถือว่าอยู่ในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ห้วงเวลาดังกล่าวสอด คล้องกับข้อมูลจาก แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล ที่ระบุว่า ทันทีที่พ.ร.ฎ.เลือกตั้งส.ส.ประกาศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อาจจะแถลงข่าวด้วยตัวเองถึงการมีเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไม่มีการปรับ ครม. นำใครเข้ามาแทนรัฐมนตรีที่ลาออกไป แต่จะแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีอยู่แล้วเข้ารักษาการปฏิบัติหน้าที่แทน
เลือกตั้งชัดความเชื่อมั่นฟื้น
มีความเห็นจาก รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) สะท้อนมุมมองต่อการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ว่า ถ้าได้วันเลือกตั้งที่ชัดเจน จะมีผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ความเชื่อมั่นจะไปถึงระดับสูงสุดหรือไม่ ต้องดูหลังจากมีการเลือกตั้งแล้วเสร็จ รวมถึงหน้าตารัฐบาล คนในสังคมยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ และการเลือกตั้งจะเป็นประตูที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้มากน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้หากวันเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ความเชื่อมั่นคงกลับมาครึ่งหนึ่ง เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาครึ่งหนึ่ง ประกอบกับจะมีการแถลงของ พล.อ. ประยุทธ์ หรือการประกาศลาออกของ 4 รัฐมนตรี เพื่อไปทำกิจกรรมการเมือง ก็จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้ดีขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มีข้อวิจารณ์มากเกี่ยวกับบทบาท สถานะหน้าที่ของ 4 รัฐมนตรีว่ามีความเหมาะสมเพียงใด เพราะในแง่ข้อกฎหมายแม้จะไม่มีข้อห้าม แต่คราวนี้ถ้ามีความชัดเจนก็ยิ่งเป็นการดี
“ในกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าปรากฏชื่อในว่าที่นายกฯ ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ท่านก็ควรระมัดระวังในเรื่องบทบาท หน้าที่เช่นเดียวกัน ทั้งหลายเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องการเรียกความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดีขึ้น”
[caption id="attachment_377437" align="aligncenter" width="437"]
ย้ำทุกอย่างต้องเสร็จ 9 พ.ค.
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งส.ส.ว่า ทาง กกต.จะกำหนดให้มีวันเลือกตั้งภายใน 5 วันหลังพ.ร.ฎ.เลือกตั้งส.ส. ประกาศใช้แล้ว ซึ่งระยะเวลาภาย ใน 5 วันคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ทาง กกต.เองก็คงเตรียมความพร้อมต่างๆ ไว้พอสมควรแล้ว
ดังนั้นถ้าประกาศวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 มีนาคม นั่นหมายความว่า กกต.จะมีเวลาทำงานไม่เต็ม 60 วัน ถ้ากำหนดให้การเลือกตั้งอยู่ในช่วงเซฟตี้โซน รวมทั้งรับรองผลเลือกตั้งด้วย เพราะต้องรับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม เวลาของ กกต.จะน้อยลง ทั้งที่ถ้าเป็นเวลาในเซฟตี้โซนจริงๆ กกต.จะทำงานได้แบบสบายๆ การเลือกตั้งจะอยู่ประมาณวันที่ 10 มีนาคม แต่ถ้า กกต.มั่นใจว่าสามารถจัดการเลือกตั้งในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ก็คงไม่ใช่จุดที่มีปัญหา ถ้าทุกอย่างเสร็จ รวมทั้งประกาศผลด้วยภายในวันที่ 9 พฤษภาคม
“ส่วนตัวผมตีความว่า 150 วัน จะต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จนั้น ผมตีความว่าเป็นเพียงการหย่อนบัตร เหมือนที่รองนายกฯวิษณุ ตีความ เพียงแต่ก็มีหลายส่วนในสังคมที่ตีความว่า 150 วันเป็นการจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จรวมทั้งประกาศรับรองผล แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่า หลังเลือกตั้งถ้ามีคดีร้องเรียนขึ้นมา ทางศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตามแนวทางใด ดังนั้นเพื่อให้เซฟตี้โซนที่สุด ทุกอย่างต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม” อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มสธ.กล่าว พร้อมทิ้งปมให้คิดต่อไปว่า
[caption id="attachment_377362" align="aligncenter" width="500"]
ในกรณีหลังเลือกตั้งมีคดีขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ คิดว่าทาง ออกมีความเสี่ยงเพราะไม่มีใครรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าอย่างไร ถ้าทุกอย่างรวมทั้งการประกาศผลเลือกตั้งต้องเสร็จภายใน 150 วัน จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งจะกระทบเยอะมาก สุดท้ายจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นทั้งทางการเมือง และเศรษฐกิจ และจะส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองในระยะยาว และถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะจะได้เลือกตั้งอีกครั้งเมื่อใด ที่สำคัญรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ว่าหลัง 150 วันไปแล้ว ถ้าการเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จจะเดินต่อไปอย่างไร เท่ากับว่าจะเกิดสุญญากาศ หรือช่องว่างทางการเมืองขึ้นมาทันที เรื่องนี้จึงมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
4 รมต.ออกไม่กระทบรัฐบาล
รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ในส่วนของ 4 รัฐมนตรี ที่จะประกาศลาออกนั้น จริงๆ แล้วคณะรัฐมนตรีอยู่ภายใต้หลักความรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้การทำงานก็เป็นรูปแบบขององค์คณะ เป็นรูปแบบมติคณะรัฐมนตรี ดังนั้นไม่ว่า 4 รัฐมนตรีจะอยู่ในครม.ชุดนี้หรือไม่ ไม่เป็นปัญหาต่อการทำงานอยู่แล้ว เพราะมีการตัดสินโดยใช้มติความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งองค์ประชุมก็จะนับในส่วนของรัฐมนตรีที่เหลืออยู่เท่านั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร
การขับเคลื่อนนโยบายระดับกระทรวง บางกระทรวงยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ หรือมีข้าราชการประจำ และท้ายที่สุดนายกฯ ก็ต้องตั้งผู้รักษาการ ซึ่งอาจจะควบหลายกระทรวง ครม.ก็ยังมีความต่อเนื่อง ไม่มีอะไรที่จะทำให้สะดุด
“ที่สำคัญเวลาอีก 50 วันรัฐบาลชุดนี้ก็คงไม่ได้ทำอะไรในช่วงนี้ แม้ว่าไม่ใช่รัฐบาลรักษาการก็ตาม เพราะโดยสปิริตทางการเมือง คงไม่ทำอะไรมาก มายแล้วในช่วง 40-50 วันก่อนเลือกตั้ง”
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3437 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 20-23 ม.ค.2562






