
'สุริยะ' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เชื่อกวาดผู้แทนอีสาน 60 คน
"สุริยะ-อนุชา" นำทีมเปิดตัวว่าที่ ส.ส.ร้อยเอ็ด คึกคัก! ลั่นคนอีสานตอบรับนโยบาย "พปชร." พร้อมเชื่อมั่นกวาดเก้าอี้ผู้แทนอีสานทะลุเป้า 60 คน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง, นายภิรมย์ พลวิเศษ กรรมการยุทธศาสตร์และเลขานุการคณะทำงานเฉพาะกิจรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด พบปะสมาชิกพรรค และช่วยปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้แก่ ดร.รัชนี พลซื่อ เขต 2, นายเอกภาพ พลซื่อ เขต 3 โดยจุดแรก คณะร่วมลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคและประชาชนบริเวณตลาด อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นในช่วงบ่าย นายสุริยะและคณะได้ลงพื้นที่บริเวณค่ายลูกเสือนีโอบ้านเหล่าน้อย อ.โนทอ และบริเวณเกาะกลางบึง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายเอกภาพ พลซื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 ให้การต้อนรับ ท่ามกลางชาวบ้านมาร่วมฟังปราศรัยนับหมื่นคน
นายสุริยะ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า พรรค พปชร. จะผลักดันเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น รวมทั้งจะเสนอให้พรรคพิจารณากระจายความเจริญมาที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้คนอีสานไม่ต้องอพยพไปทำงานนอกภูมิลำเนา ช่วยลดค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เพื่อให้พี่น้องชาวอีสานมีเงินเหลือใช้มากขึ้น
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ของพรรค เราได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลามมากกว่าพรรคอื่นที่ได้ทำการเปิดปราศรัยในพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 5-8 พันคน สาเหตุที่พรรค พปชร. ได้รับการตอบรับ คือ 1.เป็นความหวังของพี่น้องชาวร้อยเอ็ด ที่จะไม่อดอยากในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.ทำให้ชาวร้อยเอ็ดรู้ว่า เรื่องข้าวไม่โกงเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคาก็ 20 บาท และยังได้ค่าเก็บเกี่ยว 18,000 บาท 3.มันสำปะหลัง รัฐบาลประยุทธ์เกือบ 3 บาท
"สิ่งที่ชาวร้อยเอ็ดก็บอกกับผม ก็คือ หมดเวลาแล้ว 10 ปีที่ผ่านมา หมดเวลาใช้คำว่า เสื้อเหลือง เสื้อแดง หมดเวลาแล้วสำหรับแกนนำที่หากินบนความขัดแย้งทางการเมือง ร่ำรวยบนความทุกข์ยาก วันนี้แกนนำรวย แต่อาจจะติดคุก ชาวบ้านร้อยเอ็ดมีความสุขไม่ต้องออกไปประท้วง มีข้าว มีอาหาร มีความผาสุกในครอบครัว สังเกตได้ว่า จำนวนคนยิ่งเดินทางยิ่งได้ใจคนอีสานเพิ่มทวีคูณ ถ้าครบทุกกำหนดการเดินสาย ณรงค์หาเสียงภาคอีสาน อย่าว่าแต่ 60 ที่นั่ง อาจจะพลิกได้มากเป็นประวัติการณ์อย่างคาดไม่ถึง" ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรค พปชร. ระบุ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง, นายภิรมย์ พลวิเศษ กรรมการยุทธศาสตร์และเลขานุการคณะทำงานเฉพาะกิจรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด พบปะสมาชิกพรรค และช่วยปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้แก่ ดร.รัชนี พลซื่อ เขต 2, นายเอกภาพ พลซื่อ เขต 3 โดยจุดแรก คณะร่วมลงพื้นที่พบปะสมาชิกพรรคและประชาชนบริเวณตลาด อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นในช่วงบ่าย นายสุริยะและคณะได้ลงพื้นที่บริเวณค่ายลูกเสือนีโอบ้านเหล่าน้อย อ.โนทอ และบริเวณเกาะกลางบึง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายเอกภาพ พลซื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 ให้การต้อนรับ ท่ามกลางชาวบ้านมาร่วมฟังปราศรัยนับหมื่นคน
นายสุริยะ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า พรรค พปชร. จะผลักดันเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชนมากขึ้น รวมทั้งจะเสนอให้พรรคพิจารณากระจายความเจริญมาที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้คนอีสานไม่ต้องอพยพไปทำงานนอกภูมิลำเนา ช่วยลดค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เพื่อให้พี่น้องชาวอีสานมีเงินเหลือใช้มากขึ้น
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ของพรรค เราได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลามมากกว่าพรรคอื่นที่ได้ทำการเปิดปราศรัยในพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 5-8 พันคน สาเหตุที่พรรค พปชร. ได้รับการตอบรับ คือ 1.เป็นความหวังของพี่น้องชาวร้อยเอ็ด ที่จะไม่อดอยากในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.ทำให้ชาวร้อยเอ็ดรู้ว่า เรื่องข้าวไม่โกงเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคาก็ 20 บาท และยังได้ค่าเก็บเกี่ยว 18,000 บาท 3.มันสำปะหลัง รัฐบาลประยุทธ์เกือบ 3 บาท
"สิ่งที่ชาวร้อยเอ็ดก็บอกกับผม ก็คือ หมดเวลาแล้ว 10 ปีที่ผ่านมา หมดเวลาใช้คำว่า เสื้อเหลือง เสื้อแดง หมดเวลาแล้วสำหรับแกนนำที่หากินบนความขัดแย้งทางการเมือง ร่ำรวยบนความทุกข์ยาก วันนี้แกนนำรวย แต่อาจจะติดคุก ชาวบ้านร้อยเอ็ดมีความสุขไม่ต้องออกไปประท้วง มีข้าว มีอาหาร มีความผาสุกในครอบครัว สังเกตได้ว่า จำนวนคนยิ่งเดินทางยิ่งได้ใจคนอีสานเพิ่มทวีคูณ ถ้าครบทุกกำหนดการเดินสาย ณรงค์หาเสียงภาคอีสาน อย่าว่าแต่ 60 ที่นั่ง อาจจะพลิกได้มากเป็นประวัติการณ์อย่างคาดไม่ถึง" ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรค พปชร. ระบุ






