
พลังประชารัฐเคาะ"สนธิรัตน์-สมศักดิ์"นำทีมสรรหาผู้สมัคร ส.ส.
“พลังประชารัฐ”เคาะ “สนธิรัตน์-สมศักดิ์”นำทีม 11 คน สรรหาผู้สมัครส.ส. “อุตตม”เผยทำหนังสือถึง“คสช.-กกต.”ขออนุญาตจัดงานระดมทุนแล้ว รอลุ้นได้หรือไม่
พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้จัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ธ.ค. โดยมีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาลงมติเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 11 คน
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. 11 คน โดยแบ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 4 คน ได้แก่ 1.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 2.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 3.นายอิทธิพล คุณปลื้ม 4.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
และประเภทตัวแทนสมาชิก 7 คน คือ 1.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 2.วิรัช รัตนเศรษฐ 3.พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล 4.นายสุชาติ ตันเจริญ 5.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 7.นายสุพล ฟองงาม
นายอุตตม กล่าวว่า กรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่สรรหาผู้สมัครส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ และจะเริ่มทำงานในทันที ซึ่งเมื่อได้สรุปแล้วต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ ก่อนนำรายชื่อส่งให้ กกต.ตรวจสอบในเดือนม.ค.2562 โดยกรรมการชุดนี้จะไม่เกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต 3 ผู้บุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค
ส่วนกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคจัดโต๊ะจีนระดมทุนของพรรค 600 ล้านบาท วันที่ 19 ธ.ค.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูแลอยู่ และได้ทำหน้งสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และกกต. เพื่อขออนุญาตดำเนินการในส่วนนี้แล้ว ต้องรอดู
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์บัตรเลือกตั้ง เรียกร้องให้กลับไปใช้แบบบัตรเดียวเบอร์เดียวนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า คิดว่ากฎกติกาผู้ที่เกี่ยวข้องได้วางมาแล้ว พลังประชารัฐเราก็เคารพในกฎกติกาในการเลือกตั้ง เชื่อว่ากกต.คงต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความเป็นธรรม เป็นที่รับได้ของคนไทย
“เรื่องสำคัญที่สุดไม่ว่าจะได้ผลสรุปออกมาอย่างไรต้องเกิดความเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ คิดว่าเรื่องนี้คงต้องปล่อยให้ทาง กกต.ไปดำเนินการรับฟังความเห็นเพื่อตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ตัดสินใจนั้นเป็นเพราะอะไร พลังประชารัฐก็ติดตามเรื่องนี้อยู่”
ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าดูเหมือนพลังประชารัฐจะได้เปรียบหากบัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้และชื่อพรรค นายอุตตม ตอบว่า คิดว่าคงไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ก็ต้องรอดูว่าข้อสรุปส่วนนี้จะออกมาอย่างไร คิดว่าคนไทยก็คงติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน และเชื่อมั่นในกกต.ว่าจะดำเนินการได้อย่างเป็นธรรม
เมื่อถูกถามว่าไทม์ไลน์เลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อใด นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดู เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทั้ง 4 คนจะออกมาปฎิบัติหน้าที่ทางการเมืองอย่างเดียว ขอให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะวันนี้ตารางเวลาการเลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว แต่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ต่างล้วนมีภารกิจที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และมีความตั้งใจจริงที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้งานต่างๆ เสร็จสิ้นสมบูรณ์ อยากให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราได้ทำอะไรที่หลุดออกไปจากกรอบหรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะเวลาที่ทำงานในตำแหน่ง เราไม่ได้ทำงานพรรคการเมือง เราต้องการทำงานที่รับผิดชอบไปให้ถึงฝั่ง
เมื่อถามว่าจะลาออกก่อนหรือหลังที่จะหาเสียงได้ นายอุตตม กล่าวว่า เราต้องการทำงานให้สมบูรณ์ก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดผลกระทบต่อประเทศ และเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกตนก็จะไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เราเข้าใจว่ามีหลายคนเรียกร้องให้เราลาออก แต่ขอให้ดูการปฏิบัติด้วย เพราะมาตรฐานในอดีตกับมาตรฐานที่พวกเราทำนั้น ไม่เหมือนกัน โดยเรามีมาตรฐานของเรา ที่สาธารณชนสามารถพิสูจน์ได้
พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้จัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 วันที่ 10 ธ.ค. โดยมีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาลงมติเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 11 คน
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. 11 คน โดยแบ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 4 คน ได้แก่ 1.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 2.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 3.นายอิทธิพล คุณปลื้ม 4.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
และประเภทตัวแทนสมาชิก 7 คน คือ 1.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 2.วิรัช รัตนเศรษฐ 3.พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล 4.นายสุชาติ ตันเจริญ 5.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 7.นายสุพล ฟองงาม
นายอุตตม กล่าวว่า กรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่สรรหาผู้สมัครส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ และจะเริ่มทำงานในทันที ซึ่งเมื่อได้สรุปแล้วต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ ก่อนนำรายชื่อส่งให้ กกต.ตรวจสอบในเดือนม.ค.2562 โดยกรรมการชุดนี้จะไม่เกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต 3 ผู้บุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค
ส่วนกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคจัดโต๊ะจีนระดมทุนของพรรค 600 ล้านบาท วันที่ 19 ธ.ค.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูแลอยู่ และได้ทำหน้งสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และกกต. เพื่อขออนุญาตดำเนินการในส่วนนี้แล้ว ต้องรอดู
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์บัตรเลือกตั้ง เรียกร้องให้กลับไปใช้แบบบัตรเดียวเบอร์เดียวนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า คิดว่ากฎกติกาผู้ที่เกี่ยวข้องได้วางมาแล้ว พลังประชารัฐเราก็เคารพในกฎกติกาในการเลือกตั้ง เชื่อว่ากกต.คงต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความเป็นธรรม เป็นที่รับได้ของคนไทย
“เรื่องสำคัญที่สุดไม่ว่าจะได้ผลสรุปออกมาอย่างไรต้องเกิดความเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ คิดว่าเรื่องนี้คงต้องปล่อยให้ทาง กกต.ไปดำเนินการรับฟังความเห็นเพื่อตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ตัดสินใจนั้นเป็นเพราะอะไร พลังประชารัฐก็ติดตามเรื่องนี้อยู่”
ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าดูเหมือนพลังประชารัฐจะได้เปรียบหากบัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้และชื่อพรรค นายอุตตม ตอบว่า คิดว่าคงไม่ใช่ว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ก็ต้องรอดูว่าข้อสรุปส่วนนี้จะออกมาอย่างไร คิดว่าคนไทยก็คงติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน และเชื่อมั่นในกกต.ว่าจะดำเนินการได้อย่างเป็นธรรม
เมื่อถูกถามว่าไทม์ไลน์เลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว 4 รัฐมนตรีจะลาออกเมื่อใด นายอุตตม กล่าวว่า ขอให้รอดู เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทั้ง 4 คนจะออกมาปฎิบัติหน้าที่ทางการเมืองอย่างเดียว ขอให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะวันนี้ตารางเวลาการเลือกตั้งเริ่มชัดเจนแล้ว แต่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ต่างล้วนมีภารกิจที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และมีความตั้งใจจริงที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้งานต่างๆ เสร็จสิ้นสมบูรณ์ อยากให้ดูด้วยว่าปัจจุบันนี้เราได้ทำอะไรที่หลุดออกไปจากกรอบหรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะเวลาที่ทำงานในตำแหน่ง เราไม่ได้ทำงานพรรคการเมือง เราต้องการทำงานที่รับผิดชอบไปให้ถึงฝั่ง
เมื่อถามว่าจะลาออกก่อนหรือหลังที่จะหาเสียงได้ นายอุตตม กล่าวว่า เราต้องการทำงานให้สมบูรณ์ก่อน มิเช่นนั้นจะเกิดผลกระทบต่อประเทศ และเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกตนก็จะไม่อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว เราเข้าใจว่ามีหลายคนเรียกร้องให้เราลาออก แต่ขอให้ดูการปฏิบัติด้วย เพราะมาตรฐานในอดีตกับมาตรฐานที่พวกเราทำนั้น ไม่เหมือนกัน โดยเรามีมาตรฐานของเรา ที่สาธารณชนสามารถพิสูจน์ได้






