svasdssvasds

ก.ม.รีดภาษีค้าออนไลน์ฉลุย สนช.ค้านวุ่นหวั่นถูกหางเลข

04 ธ.ค. 2561 เวลา 10:29 น. 244
สนช.ถกเครียดร่างกฎหมายรีดภาษีค้าขายออนไลน์ หลังถูกอภิปรายคัดค้าน หวั่นสมาชิกรัฐสภาที่รับ-โอนเบี้ยประชุมถูกหางเลขด้วย จนต้องพักการประชุม ก่อนยอมแก้ไขรายงานวงเงินทำธุรกรรมฯ 400 ครั้งต่อปี

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่หนึ่ง เป็นประธาน วันที่ 4 ธันวาคม 2561 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นว่าด้วยการชำระเงินภาษีผ่านทางช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ และการแจ้งรายละเอียดของบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีรับโอน และฝากเงินเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากหรือรับโอนเงิน 200 ครั้ง รวมมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี เพื่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบและนำไปสู่การเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวาระ 2-3

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ชี้แจงยืนยันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เจาะจงเก็บภาษีเฉพาะผู้ค้าออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ เพราะจากตัวเลขของกลุ่มที่ใช้แรงงาน อายุ 30-39 ปี ที่มี 10.7 ล้านคน พบว่าเป็นผู้มีเงินเดือนประจำ 8.2 ล้านคน ยื่นเสียภาษี 5.2 แสนราย และไม่มีระบบเงินเดือน 2.5 ล้านคน ยื่นเสียภาษี 3.1 แสนคน ขณะที่ส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษี มี 6.4 แสนราย และยื่นแบบเสียภาษีเพียง 4.2 แสนราย ทำให้สร้างภาระทางการคลัง

สนช.

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ สนช.อภิปรายคัดค้านหลักเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องการแจ้งรายการความเคลื่อนไหวทางบัญชี ว่า การรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมายผ่านทางเว็ปไซต์ ยังไม่กว้างขวาง และพบประชาชนที่ให้ความเห็นคัดค้านกว่า 300 ราย

"เชื่อว่าร่างกฎหมายนี้กระทบทุกภาคส่วน รวมถึง สนช. ที่ปัจจุบันมีการรับค่าธรรมเนียม และค่าเบี้ยประชุมผ่านการโอนเงินกว่า 200 ครั้งใน 1 ปี ดังนั้นการให้รายงานว่าใครก็ตามที่ได้โอนเงินเข้าบัญชีต้องถูกบันทึกไว้หมดเท่ากับการกวาดคนทั้งหมดเข้าระบบนี้ ทั้งที่หน้าที่สำคัญคือ ต้องตรวจสอบคนที่ไม่ยอมเสียภาษี ดังนั้นขอให้ทบทวน โดยเฉพาะการเพิ่มความถี่เรื่องการฝากหรือโอนเงินที่มากกว่า 200 รายการมูลค่ารวม 2 ล้านบาท"

ด้านนายตวง อันทะไชย สนช. อภิปรายคัดค้าน ว่า สนช.อาจจะเข้าข่ายถูกตรวจสอบด้วย เพราะปัจจุบันพบว่าเบี้ยประชุม รวมถึงเงินทำบุญกฐิน ยังรับโอนผ่านบัญชีธนาคาร

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการฯ ยังคงยืนยันตามเนื้อหาที่เสนอมา ทำให้ที่ประชุมสนช.ถกเถียงกันอย่างหนัก จนประธานต้องสั่งพักการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อไปหารือนอกรอบจนกว่าจะได้ข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพักการประชุมและกลับมาประชุมกันอีกครั้ง ปรากฎว่ากรรมาธิการฯ ยอมแก้ไขเนื้อหาในเรื่องการให้สถาบันการเงินรายงานการทำธุรกรรมฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งต่อปี และมียอดรวมเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ที่ต้องถูกรายงานให้กรมสรรพากรทราบ โดยแก้ไขเป็นรายงานการทำธุรกรรมฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวมเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไปแทน

ทำให้ที่ประชุมสนช.พอใจ และลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 ด้วยคะแนน 139 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 7 เสียง

ติดตามฐาน