thansettakij
thansettakij
กทม.เสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากสุด เตือนระวังช่วงปลายฝนต้นหนาว

กทม.เสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากสุด เตือนระวังช่วงปลายฝนต้นหนาว

13 ต.ค. 61 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ต.ค. 61 | 14:47 น.
"นพ.สุวรรณชัย"เผยปี61 พบผุู่้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว136,833 ราย เสียชีวิต23 ราย  ชี้กทม.ติดอันดับป่วยมากสุด  เตือนช่วงปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงติดหวัดง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์

สธ.
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยแพร่เอกสาร “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์”ฉบับที่ 181 ประจำสัปดาห์ที่ 41 (วันที่ 14 - 20 ต.ค. 61)  ข้อความว่า

“จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ปี 2561 ได้รับรายงานผู้ป่วยแล้ว 136,833 ราย เสียชีวิต 23 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ระยอง พิษณุโลก และพะเยา ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุดคือ กลุ่มแรกเกิด–4 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 10–14 ปี ตามลำดับ จากข้อมูลพบว่าจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในปีนี้สูงกว่าค่ามัธยฐาน และจากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาดพบว่าในปี 2561 พบรายงานผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน 163 เหตุการณ์ สถานที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ เรือนจำ 60 เหตุการณ์ รองลงมาคือโรงเรียน 38 เหตุการณ์”

สธ-2
“การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้เป็นปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศมีความแปรปรวนและเริ่มเย็นลง ทำให้เสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูกาลระบาดของโรค (เดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน) กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนให้ดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร เรือนจำ เป็นต้น ขอให้หน่วยงานต่างๆ มีมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ป่วย หากสังเกตพบผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ ควรแยกผู้ป่วยทันที รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ให้สวมผ้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ แนะนำให้หยุดเรียนหรือหยุดงาน กรณีมีไข้หากกินยาลดไข้แล้ว อาการไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป สอบถามข้อมูลโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”

e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • politics