
หยุดไฟลามทุ่ง กองทุนประชารัฐ 4 หมื่นล้าน
ถ้าพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ร่างพ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาทนั้นเป็นการจัดทำงบประมาณที่วงเงินรายจ่ายลดลงจากปีงบประมาณ 2561 หลังรวมงบกลางปีแล้ว จำนวน 50,000 ล้านบาท หรือลดลง 1.6% สวนทางกับธรรมเนียมปฏิบัติในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตามในร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2562 มีการตั้งข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการตั้งงบประมาณเพื่อใช้สำหรับกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 40,000 ล้านบาท ว่าอาจเป็นงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับรองรับนโยบาย รัฐบาลที่เอื้อต่อการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่
แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณจะถูกมองว่าเป็นการตั้งงบประมาณเพื่อรองรับการหาเสียง เพราะเป็นงบที่นำไปให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยกว่า 11 ล้านคน อีกทั้งก่อนหน้านี้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมีความพยายามผลักดันกฎหมายฉบับหนึ่งคือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. .... เพื่อต่อยอดโครงการประชารัฐที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ เปิดรับฟังความคิดเห็นกฎหมายฉบับนี้ไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
เมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เงินที่อยู่ในกองทุนประชารัฐทั้งหมดจะโอนมาอยู่ในกองทุนที่ตั้งขึ้นใหม่ตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดประชารัฐสวัสดิการตามมติครม.ให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตามกฎหมายใหม่ นอกจากงบประมาณที่จะนำไปช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยแล้วยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศบริจาคเงินให้กับกองทุนเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อีกด้วย
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน ปราศจากข้อกังขาเกี่ยวกับนโยบายแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อย นอกจากการชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในปี 2562 จำนวน 4 หมื่นล้านบาท แล้วรัฐบาลควรตัดไฟแต่ต้นลม อธิบายเหตุผลการผลักดันร่างพ.ร.บ.กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. .... ให้ชัดเจนด้วย
|บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
|ฉบับ 3373 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 10-13 มิ.ย.2561






